วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

ลิเวอร์พูล 4-1 สโต๊ค (พรีเมียร์ลีค)


นิวคาโรล
___________________________

ลิเวอร์พูลเล่นด้วย 4-2-3-1

-------------------สเตอริดจ์------------------
อัลเลน-----------เฟอมิโน่-------------โอโจ
------------มิลเนอร์--------สจ๊วต------------
โมเรโน่------ตูเร่------สเคอเทล------ไคลน์
--------------------มินโยเล่-------------------

_______ ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์รับมือสโต๊ค คล็อปจัดทีมนัดนี้แบบเน้นเกมนัดหน้า ให้โอกาสสจ๊วตกับโอโจเป็นตัวจริง แถมพักตัวหลักอีกหลายตำแหน่ง หน้าเป้าเป็นสเตอริดจ์...ที่พึ่งจะเป็นตัวสำรองในเกมยุโรปมา
-------------------------------------------------------

________ ช่วงต้นเกมลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าแต่ต่อบอลขึ้นหน้าลำบาก เกมไม่ต่อเนื่อง เกมทางซ้ายดูดีกว่ากลางและขวา ส่วนสโต๊คไล่บอลแดนกลางกันได้ดี บีบให้ลิเวอร์พูลต่อบอลยากแถมตัดบอลกลับมาครองได้พอสมควรด้วย

________ นาที 8 ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำอย่างง่ายจากฟรีคิกที่ริมเส้นฝั่งซ้าย มิลเนอร์ลักไก่จ่ายเรียดเร็วให้โมเรโน่รับบอลแถวหน้ามุมเขตโทษฝั่งซ้ายก่อยยิงเรียดเต็มแรง โกล์สโต๊คน่าจะยืนหลับอยู่ ล้มตัวอย่างช้า บอลเลยพุ่งเสียบเสาสองเข้าไปได้ 1-0

_______ สกอร์ขยับแล้วเกมเปลี่ยน...ไปในทางที่ไม่ดี สโต๊คเข้าวิ่งไล่ได้เร็วและแรงขึ้น เอาบอลมาครองได้มากขึ้น แถมโจมตีทางริมเส้นได้ต่อเนื่อง ได้เปิดบอลเข้ากลางบ่อยมาก โดยเฉพาะทางฝั่งโมเรโน่ที่เล่นเกมรับซะไม่รู้เลยว่าทีมมีแบ็คซ้ายลงสนามด้วย

_______ เกมรับริมเส้นก็ว่าแย่แล้ว แต่ถ้าเทียบกับลูกตั้งเตะลิเวอร์พูลทำได้แย่กว่า ทั้งฟรีคิก เตะมุม โยนเข้ามาเป็นพินาศ โหม่งไม่ชนะเลยสักครั้ง แต่ยังดีว่าคู่ต่อสู้โดนจับล้ำหน้าบ้าง โหม่งหลุดไปเองบ้าง จนกระทั่่งนาที 22 บอลก็เข้ากรอบ จากลูกฟรีคิกกลางสนาม ชากิรี่ตักบอลลึกเข้าเขตโทษ โบยานวิ่งตามไปโหม่งแบบไร้คนประกบ 1-1

_______ สโต๊คยังคงโจมตีริมเส้นได้ดี ได้เปิดเข้าไปและเปิดได้กดดันอยู่เป็นระยะ ลูกตั้งเตะเข้าถึงบอลตลอด ลิเวอร์พูลมีปัญหากับเกมรับกลางสนามที่ตัดบอลได้ช้า แต่พวกเขาทำได้ดีมากกับการเก็บบอลสองทำให้ได้ครองบอลเยอะและไม่โดนบุกกดดันต่อเนื่อง นาที 32 จากจังหวะที่โอโจสลับไปขึ้นทางฝั่งซ้ายเป็นครั้งแรก รับบอลจากโมเรโน่แล้วกระชากไปสุดเส้นหลัง เปิดข้ามไปเสาสองเข้าหัวสเตอริดจ์ที่แทบไม่ต้องทำอะไรแค่วิ่งเอาหัวชนบอลเข้าไป 2-1

_______ สกอร์ขยับอีกครั้งแต่รูปเกมโดยรวมยังคล้ายย่อหน้าข้างบน จบครึ่งแรกที่สกอร์ 2-1

_______ เข้าครึ่งหลัง โอริกิลงมาแทนโอโจแล้วเกมเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ

_______ ลิเวอร์พูลหันมาเล่นเกมรุกเต็มตัว โอริกิค้ำหน้า สเตอริดจ์กับเฟอมิโน่คอยขยับหาที่รับบอล แบ็คสองข้างขยับขึ้นมาบีบพื้นที่และช่วยเชื่อมเกมกลางสนาม ทำให้บอลอยู่กับทีมแทบตลอดเวลา สโต๊คแทบไม่ได้ครองบอลเลย และไม่นานนักแค่นาที 50 จากลูกเตะมุม เล่นสั้นเปลี่ยนจุดแล้วมิลเนอร์โยนเข้าไปลึกถึงเส้นเขตหกหลา แต่โกล์ไม่ออกมาเล่น เข้าทางโอริกิได้โหม่งเต็มๆ เผาขน ไม่มีคนประกบ 3-1

_______ นำห่างแล้วเกมยังไม่เปลี่ยน ลิเวอร์พูลยังเน้นเกมรุก ครองบอลไว้กับทีมได้ต่อเนื่อง เกมรุกดุดันโดยเฉพาะโอริกิกับสเตอริดจ์ที่เล่นได้เล่นออก เก็บบอลได้ ไปกับบอลดี หาที่ว่างเจอตลอด สโต๊คอย่าว่าแต่ได้ลุ้นประตู เอาแค่บอลยังพาไปไม่ถึงมุมธง แถมฟรีคิกในแดนหน้าที่ได้เรื่อยๆ ในครึ่งแรก เข้าครึ่งหลังก็แทบไม่ได้เลย รูปเกมห่างกันมาก

_______ นาที 63 ลัลลาน่าลงมาแทนเฟอมิโน่ นาที 65 เกมก็จบ โอริกิรับบอลทางริมเส้นซ้าย เลี้ยงจี้เข้ามาใกล้เขตโทษด้านข้างก่อนเปิดปั่นเข้ากลาง สเตอริดจ์เข้าไม่ถึงบอลแต่บอลเลี้ยวเข้าเสาไกล ตั้งใจยิงรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่า 4-1

_______ พอ 4-1 ลิเวอร์พูลก็เริ่มผ่อนเกม เน้นเล่นไปตามจังหวะกับโชว์เทพส้นเทพวนเทพกระชากกันเป็นระยะ เกมรุกไม่ต่อเนื่องแล้ว แถมสโต๊คไม่รู้ว่ามาร์ค ฮิวจ์แกเมาอะไรหรือผิดใจกับเมียที่บ้าน เปลี่ยนสองตัวรุกที่เล่นดีที่สุดในทีมอย่างชากิรี่กับโบยานออกมันซะงั้น กลายเป็นกองหน้าเพียบแต่ไม่มีตัวทำเกม

_______ เวลาที่เหลืออยู่เกมในสนามก็เลยเท่งป๊ะเท่งมงเป็นวงกลองยาวรอฤกษ์บวช ไม่ได้เข้มข้นอะไรนัก สโต๊คได้บอลเยอะขึ้นก็จริงแต่ก็เท่านั้น ทำไม่ได้แม้แต่เปิดบอล ส่วนลิเวอร์พูลเทพวนเทพส้นเทพยิงไกลก็เพ่นพ่านทั่วสนามอย่างครื้นเครง จบเกมที่ 4-1

-----------------------------------------

_______ ครึ่งแรกดูไม่จืดเลยครับ เกมรับโคตรแย่ ครึ่งหลังคล็อปเลยเอาใบบัวอย่างเกมรุกลงมาปิดซะมิดเลย ได้ผลด้วยสิ

_______ เกมรับริมเส้นของทีมแย่มาก ครึ่งแรกแย่มันทั้งสองฝั่งเลย ครึ่งหลังเหลือแย่แค่ซ้าย อะไรจะปล่อยให้คู่ต่อสู้โยนง่ายขนาดนั้น แถมลูกตั้งเตะนี่ไม่รู้เป็นเพราะเปลี่ยนคู่เซ็นเตอร์ ส่งคนนึงที่กำลังจะหมดสัญญาลงคู่กับอีกคนที่กำลังจะหมดอนาคตหรือปล่าวไม่ทราบได้ เล่นได้แย่แทบจะที่สุดในฤดูกาลนี้แล้ว(นับเฉพาะการรับมือลูกตั้งเตะนะ) ประกบไม่ได้ ตามใครไม่ถูก ลูกที่เสียไปนี่คือหมูมาก ไม่มีใครตามทั้งโบยานและทั้งนักเตะสโต๊คอีกคนที่วิ่งขึ้นหน้าไปเลยด้วยซ้ำ

_______ ถัดมาที่เกมกลางสนาม นี่เป็นแดนกลางที่มีปัญหาเกมรับพอสมควร สจ๊วตรักษาพื้นที่ดีมาก แต่อ่านเกมไม่ดี ไม่รู้ว่าจังหวะไหนควรผละออกจากพื้นที่เพื่อไปแย่งบอล มิลเนอร์วิ่งเป็นม้า แต่แย่งบอลจากเท้าคู่ต่อสู้ไม่ค่อยได้ อัลเลนอ่านบอลโคตรเทพ ดักบอลจ่ายได้เยอะที่สุดในทีม แต่อย่าหวังให้ไปแย่งบอลจากเท้าคู่ต่อสู้ เบียดเป็นกลิ้ง เสียบเป็นฟาล์ว

_______ ยังดีว่าพวกเขาเก็บบอลไว้กับทีมค่อนข้างดีและเก็บบอลสองดีมาก (สโต๊คเก็บบอลมารุกต่อแทบไม่ได้เลย ทำได้แค่โยนไปลุ้นเป็นครั้งๆ ไป) ไม่งั้นครึ่งแรกทีมไม่น่าจบที่การขึ้นนำด้วยซ้ำ

_______ พอครึ่งหลัง ก็อย่างที่ว่า คล็อปเปลี่ยนทีมมาเล่นเกมรุก ปัญหาในครึ่งแรกหายไปหมดเลยเพราะสโต๊คโดนกดให้ไปรับในแดนตัวเองเยอะ แถมบอลยังอยู่กับลิเวอร์พูลแทบตลอดอีกต่างหาก(ก่อนนำห่าง 4-1)  

_______ สโต๊คเล่นไม่ดี มีโกล์ที่แย่มาก และการเปลี่ยนตัวผิดพลาดยังซ้ำเติมด้วย แต่ก็ต้องให้เครดิตทั้งคล็อปที่เปลี่ยนเกมช่วงพักครึ่งได้ยอดเยี่ยม และฟอร์มส่วนตัวของนักเตะอย่างโอริกิ สเตอริดจ์ มิลเนอร์ ก็เล่นได้ดีมากด้วยวันนี้

_______ สมควรชนะแล้วครับ 4-1 เนี่ย

_______ ว่าแต่เบนเทเก้นี่ใครนะ?
-----------------------------------------

นัดนี้เล่นได้พอใช้ บางคนดี

มินโยเล่ - ตำแหน่งยืนดีไม่มีออกไปเหวอกลางทาง ออกไปตัดลูกโยนได้ตามเนื้อผ้า ครึ่งหลังแทบไม่รู้ว่าอยู่ในสนาม ไม่มีอะไรให้ทำเลย

ไคลน์ - ครึ่งแรกเล่นได้แย่มาก ไม่เติมเกมรุกไม่ว่าแต่เกมรับหลวมมากด้วย ปล่อยให้คู่ต่อสู้โยนง่าย ครึ่งหลังฟอร์มค่อยกลับมาสมกับเป็นแบ็คทีมชาติอังกฤษหน่อย

ตูเร่ - ประกบไม่ดี อ่านเกมพลาดหลายครั้ง ไปยืนโด่อยู่ตรงที่ที่คนก็ไม่ไปบอลก็ไม่ไป ยังทำดีอยู่ในจังหวะที่เจอบอลเลี้ยงจี้ แต่โดยรวมไม่ใช่วันที่เล่นดี

สเคอเทล - ครึ่งแรกประกบเคร้าช์ไม่ดีเลย ลูกกลางอากาศดวลแพ้บ่อยไป ลูกแรกที่เสียประตูก็เพราะไปขึ้นโหม่งแล้วโดนจับฟาล์วด้วย ครึ่งหลังฟอร์มดูดีขึ้นบ้าง ดักบอลก่อนถึงกองหน้าได้ ประกบตัวรุกแน่นขึ้น แต่โดยรวมแล้วฟอร์มไม่ได้ต่างจากตูเร่เท่าไหร่

โมเรโน่ - เกมรับข้ามเราไป เกมรุกขอให้บอก ยิงได้ซักทีแล้ว

สจ๊วต - คุมพื้นที่ดี ไม่เสียตำแหน่ง บอลเชื่อมเกมแค่ใช้ได้ คือไม่เสียไม่โดนแซะแต่เพื่อนไม่ได้เปรียบ  การเข้าปะทะก็ไม่เด่น อ่านเกมจัดว่าแย่ หลายครั้งควรวิ่งเข้าไปไล่หรือเข้าไปอัดหยุดคู่ต่อสู้ไว้ก็ไม่ทำ

อัลเลน - เล่นในบทบาทคล้ายมิลเนอร์เวลาลงร่วมกับ ชาน+เฮนโด้ คือรุกด้วยถอยมารับแดนกลางด้วย 15 นาท่ีแรกเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก หลังจากนั้นก็แปลงร่างเป็นลูกขนุนตลอดครึ่งแรก เข้าครึ่งหลังพอทีมเน้นเล่นเกมรุกก็กลับมาเล่นดีอีกครั้ง คือถ้าทีมต้องตั้งรับนี่อัลเลนช่วยอะไรทีมได้น้อยเหลือเกิน

มิลเนอร์ - วิ่งเยอะเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือทำเกมรุกได้ หาพื้นที่เปิดบอลได้บ่อย โยนเข้าไปได้ลุ้นหลายครั้งด้วย มีส่วนกับสองประตู ลูกแรกเป็นทั้งคนเรียกฟาล์วและจ่ายเร็ว ลูกสามก็เปิดเข้าหัวโอริกิ

เฟอมิโน่ - เล่นไม่ค่อยออก ได้บอลไม่มากนัก แต่ยังช่วยเพื่อนวิ่งบีบคู่ต่อสู้อยู่ตลอด เล่นมีวินัยดี

โอโจ - อ่านเกมไม่ดีเลย คืออยู่ในพื้นที่ว่างจริงแต่มันไม่ใช่จังหวะที่เพื่อนจะให้ได้ และจังหวะได้บอลก็ทำอะไรไม่ได้เลย ครั้งเดียวที่เล่นได้คือจังหวะได้ประตู 2-1 ที่กระชากหนีชากิริเข้าไปเปิดเข้าหัวสเตอริดจ์นั่นแหล่ะ

สเตอริดจ์ - ขยันวิ่งมากขึ้น โดยเฉพาะช่วยเพื่อนบีบพื้นที่ หาจังหวะในกรอบได้ดี ถอยลงมาช่วยเชื่อมได้ดีมาก ไม่มีสเตอริดจ์ลงมาช่วยเกมกลางสนามครึ่งแรกจะแย่กว่านี้อีกเพราะโอโจเล่นไม่ได้ เฟอมิโน่เล่นไม่ออก ครึ่งหลังมีโอริกิลงมาสเตอริดจ์ก็ขยับหาที่รับบอลได้ดี จ่ายบอลเกมรุกได้ดีอีกหลายครั้ง

ตัวสำรอง

โอริกิ  - เป็นคนละคนกับโอริกิต้นฤดูไปเลย ลงมาค้ำแดนหน้าได้ดี เก็บบอลได้ ไปกับบอลน่ากลัว จบสกอร์ได้ ลูก 4-1 ถ้ายิงก็ถือว่าสุดยอด ถ้าเปิดก็ยังถือว่าเจ๋งเพราะห่างจากสเตอริดจ์ไปนิดเดียวเอง

ลัลลาน่า - ลงมายังไม่ทันทำอะไร เกมขาดไปซะก่อน

ลูคัส - ลงมาเล่นในตำแหน่งและพื้นที่เดิมของอัลเลน ซึ่งหมายถึงได้เล่นเกมรุกเยอะ ...ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีใครอยากเห็นมั้ย

แมน ออฟ เดอะ แมทช์ : ...ดิวอก โอริกิ…ความมั่นใจมันเปลี่ยนนักฟุตบอลได้จริงๆ  
------------------------------------------------------------
เครดิตภาพจากเวปทางการ

Everyone has their own opinion, feel free to leave your comments.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น