วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2559

ลิเวอร์พูล 1-1 สเปอร์ (พรีเมียร์ลีค)


”เสร็จกรูล่ะ” … รานิเอรี่ไม่ได้กล่าวไว้
___________________________

ลิเวอร์พูลเล่นด้วย 4-2-3-1

---------------------สเตอริดจ์--------------------
คูตินโย่------------ลัลลาน่า----------มิลเนอร์
-------------ชาน---------เฮนเดอร์สัน----------
โมเรโน่------ซาโก้-----ลอฟเรน-------ไคลน์
----------------------มินโยเล่---------------------

_______ หลังจากเบรกไปเล่นเกมทีมชาติกันมา ลิเวอร์พูลได้เปิดบ้านรับมือสเปอร์ที่กำลังคั่วแชมป์อยู่ นัดนี้มีเฟอมิโน่ที่ไม่มีรายชื่อ(เจ็บ) นอกนั้นยังใช้ผู้เล่นชุดเดิม เปลี่ยนกลับมาเล่นหน้าเป้าตัวเดียวซึ่งก็ใช้สเตอริดจ์อย่างที่ควรจะเป็น
-------------------------------------------------------

________ เริ่มเกมมาช่วง 15 นาทีแรก ลิเวอร์พูลยังเน้นไล่แค่กลางสนาม ได้บอลจะเร่งทำเร็วแต่ยังพลาดเป็นอยู่ ส่วนสเปอร์ไล่สูงเอาบอลกลับมาได้เร็ว แต่เกมรุกยังเน้นเคาะครองบอลไม่ได้เร่งเกม

________ ผ่าน 15 นาทีแรกไป ลิเวอร์พูลไล่สูงขึ้น และตลอดเกมครึ่งแรก ทั้งสองฝ่ายเล่นคล้ายกันคือวิ่งไล่เร็วตั้งแต่แดนหน้า ซึ่งก็ทำได้ดีทั้งคู่ ผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ตลอด ไม่ได้มีช่วงไหนที่คุมเกมได้เหนือกว่า หาโอกาสได้ยิงบ้างแต่ทำกันไม่สำเร็จ

_______ ทางฝั่งลิเวอร์พูลมีซาโก้ที่โชว์เหนือจนโดนสเปอร์ตัดได้เอาบอลมากดดันในกรอบหลายครั้ง แต่ลอฟเรนผีเข้าดักบอลยิงบอลเปิดได้ตลอด ส่วนทางสเปอร์ เคนเล่นเหมือนเหนื่อยมาจากทีมชาติ แต่อัลลี่ยังวิ่งหาช่องและประสานงานกับเคนได้ดีอยู่

_______ ท้ายๆ ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลมีโอกาสยิงในกรอบอยู่หลายครั้งแต่ติดเซฟหมด จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

_______ เข้าครึ่งหลัง สเปอร์กลับลงมาเน้นเกมรุกมากขึ้น แผงหลังดันสูงขึ้น ลิเวอร์พูลถอยมารับในแดนตัวเองแต่ยังวิ่งไล่กันได้ดีอยู่ สเปอร์ครองบอลและบุกกดดันได้มากกว่าจริงแต่ยังเจาะเข้าเขตโทษไม่ได้

_______ สุดท้ายเป็นลิเวอร์พูลที่ทำประตูได้ก่อน นาที 51 จังหวะขึ้นบอลเร็วทางซ้าย คูตินโย่จ่ายให้สเตอริดจ์เก็บบอลหน้าเขตโทษ ลัลลาน่าวิ่งทำทางดึงตัวประกบไป คูตินโย่วิ่งสอดขึ้นมารับบอลคืนจากสเตอริดจ์และยิงไม่พลาด 1-0

_______ สกอร์ขยับแล้วแต่รูปเกมไม่เปลี่ยนมากนัก สเปอร์ยังเดินหน้าบุกต่อได้เหมือนช่วงต้นครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังมีเกมรับที่ดีอยู่และจังหวะทำเร็วก็ยังกดดันได้เรื่อย แต่การที่สเปอร์พาบอลเข้าไปป้วนเปี้ยนหน้ากรอบได้บ่อย เปิดบอลเข้าไปกดดันได้เรื่อยก็ส่งผลในที่สุด นาที 63 สเปอร์ขึ้นเกมทางซ้าย เคนได้บอลในกรอบหันหลังให้ประตู แตะบอลจังหวะเดียวพลิกยิงเสียบโคนเสาสอง ตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 ลอฟเรนที่ทำดีมาตลอดจังหวะนี้ประกบห่างไปนิดเดียว

_______ พอสกอร์กลับมาเสมอคราวนี้เกมของสเปอร์ดีขึ้น จังหวะจ่ายบอลแม่นยำขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้า ครองบอลได้นาน กดดันแนวรับต่อเนื่องแต่ยังเอาชนะแนวรับไม่ได้อยู่ดี จนทำให้ลิเวอร์พูลค่อยๆ กลับมาเล่นเกมของตัวเองได้ในช่วงประมาณนาที 70

_______ นาที 72 โอริกิแทนสเตอริดจ์ เกมกลับมาสูสี ผลัดกันทำได้ดีกว่าในช่วงสั้นๆ 3-5 นาที การวิ่งไล่บอลทำได้ดีทั้งสองฝ่ายจนเกมรุกไม่ต่อเนื่องทั้งคู่ นาที 82 อัลเลนได้ลงแทนลัลลาน่าอีกคน

_______ ลิเวอร์พูลมีโอกาสได้ลุ้นประตูอีกไม่น้อย ทั้งจากคูตินโย่ เฮนเดอร์สัน โอริกิ แต่ก็ได้แค่ลุ้น ทดเจ็บนาทีสุดท้าย คล็อปเปลี่ยนไอบ์ลงแทนมิลเนอร์ หวังว่าจะได้บุกอีกสักรอบ ไอบ์ลงสนามปุ๊บจ่ายบอลยัดใส่ไคลน์รัวๆ จนสเปอร์ตัดกลับไปเกือบโดนยิงไส้แตก ยังดีว่าทำไม่สำเร็จ จบเกมเสมอกันไป 1-1 แบบควรจะเป็น
-----------------------------------------

_______ สมควรเสมอเป็นอย่างยิ่ง ทั้งจากรูปเกม โอกาส ลิเวอร์พูลอาจจะดูว่ามีโอกาสในกรอบเยอะกว่า แต่โอกาสที่ว่าก็ไม่ได้ง่าย มีคนบังคนบล็อคตลอดเหมือนกัน

_______ ผมคิดว่าคล็อปเปลี่ยนสเตอริดจ์ออกเร็วไปนิดนึง น่าจะได้เล่นถึงสักนาที 80 คือถึงจะวิ่งน้อยลงแล้วก็เถอะ แต่สเตอริดจ์ยังเล่นฉลาดกว่าโอริกิเยอะ ในขณะที่ไอบ์ก็ส่งลงช้าไป อันที่จริงไม่อยากให้ไอบ์ลงด้วยซ้ำแต่ถ้าจะเอาลงจริงๆ อย่างช้าสุดก็น่าจะเป็นสักนาที 89-90 ให้ได้เล่นช่วงทดเจ็บเต็มที่ นี่เล่นส่งมาตอน 93 จะให้ไอบ์ลงไปทำอะไร

_______ แต่กรณีอัลเลนแทนลัลลาน่า ถึงจะลงไปทำอะไรไม่ได้เลยแต่ก็ยกประโยชน์ให้จำเลยเพราะเปลี่ยนซะท้ายเกมแล้ว เอาสดเข้าว่า ก็ดีกว่าไม่เปลี่ยนล่ะ

_______ เกมนี้สเปอร์เจ็บกว่าครับ เพราะลุ้นแชมป์อยู่ เล่นก่อนแต่พลาดก่อน พรุ่งนี้เลสเตอร์สบายเพราะอย่าว่าแต่เสมอ แพ้ยังไม่เจ็บมากเลยด้วยซ้ำเพราะยังนำตั้ง 4 แต้ม ส่วนลิเวอร์พูลเสมอนัดนี้ไม่เจ็บเลยครับ

_______ ...ไม่เชื่อก็ย้อนกลับไปดูนัดก่อนสิ

-----------------------------------------

นัดนี้เล่นได้น่าพอใจ

มินโยเล่ - ออกมานอกเขตแบบผิดจังหวะหลายครั้งในครึ่งแรก โดยเฉพาะนาที 20 ที่เป็นคนขอลอฟเรนเล่นเองแต่ดันเข้าบอลผิดจังหวะเตะติดเคน แต่ครึ่งหลังก็ไม่ผิดพลาดเรื่องนี้อีก และตลอดเกมยืนตำแหน่งได้ดี เซฟลูกยิงไกลที่ไม่ยากมากนักได้หมด

ไคลน์ - เกมรับเล่นพอใช้ได้ เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้เปิดง่ายไปหน่อย และเปิดมุมธงให้คู่ต่อสู้เล่นเยอะไป แต่การเข้าสกัด เบียดบังทาง ตามประกบตัววิ่งทำได้ดี เชื่อมเกมใช้ได้ ที่หายไปคือเกมรุก

ลอฟเรน - เป็นเกมที่เล่นได้ดี ดีที่สุดในแนวรับ ครึ่งแรกช่วยสกัดจังหวะสุดท้ายได้ดีหลายครั้ง ครึ่งหลังก็ยังเข้าบอลแม่นและตัดบอลเปิดเข้าเขตโทษได้ดีอยู่ พลาดครั้งเดียวคือจังหวะเสียประตู ซึ่งก็ไม่ได้พลาดระดับไหม้เกรียมด้วย

ซาโก้ - ครึ่งแรกนี่ไม่รู้ว่าผีซีดานเข้าสิงหรือไงไม่ทราบได้ โชว์เทพตลอด ตอกส้นหน้าเขตโทษตัวเอง จับบอลก่อนเล่นต่อทุกจังหวะ โดนคู่ต่อสู้ตัดบอลได้หลายครั้ง ดีว่าเพื่อนช่วยไว้ได้หมดไม่งั้นทีมพังตั้งแต่ครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังคาดว่าโดนด่ามาเยอะ เลิกยาก เลิกโชว์ ผลงานก็กลับมาดี

โมเรโน่ - เชื่อมเกมดีกว่าไคลน์ เติมเกมได้ดีในครึ่งแรกแต่ครึ่งหลังไม่ขึ้น เกมรับมีลงไม่ทันไปบ้างแต่ถือว่าน้อยแล้วถ้าเทียบกับมาตรฐานตัวเอง และในจังหวะที่เล่นเกมรับจริงๆ ก็ทำได้ดีโดยเฉพาะการบีบให้คู่ต่อสู้เปิดยาก/เปิดไม่ได้

ชาน - ครึ่งแรกมีส่วนร่วมกับเกมรุกเยอะและทำได้ดีหลายครั้ง ครึ่งหลังมีช่วงที่ขยับน้อยไปหน่อย เฝ้าหน้าเขตโทษตัวเองมากไปจนคู่ต่อสู้เอาบอลมาใกล้ได้ง่ายไป แต่โดยรวมก็ถือว่าตลอดเกมเล่นเกมรับได้ดี เก็บบอลสองได้บ่อย

เฮนเดอร์สัน - บอลสั้นพาเพื่อนเครียดบ่อย คือจ่ายไม่ได้พลาดแต่เพื่อนได้บอลแล้วเสียเปรียบ บอลยาวก็ดับสนิท แต่เฮนโด้มีดีที่วิ่ง ทั้งทำทาง ทั้งรองบอลที่ไปต่อไม่ได้ ทั้งวิ่งไล่ ซึ่งทำได้ดีตลอดเกม

ลัลลาน่า - ช่วยไล่บอลได้ดีมาก บีบให้คู่ต่อสู้ออกบอลยากได้ตลอดเวลาที่อยู่ในสนาม รวมไปถึงวิ่งทำทางรับบอลอยู่ตลอด จังหวะได้ประตูนำนี่ถ้าลัลลาน่าไม่วิ่งไป คูตินโย่ก็ไม่ได้ยิงง่ายขนาดนั้นแน่

คูตินโย่ - ไม่ต้องไปล้วงบอลต่ำ ไม่ต้องลงไปช่วยเชื่อมเกม ได้บอลไม่มากเท่าที่ควรแต่ได้บอลแต่ละครั้งคืออยู่กลางแดนคู่ต่อสู้ตลอด พลิกบอล เลี้ยงจี้ จ่ายบอลตามช่อง ยิงไกล มาครบหมด แต่ก็ต้องชมคู่ต่อสู้ด้วยที่ประกบไม่ให้คูตินโย่มีพื้นที่หรือได้บอลง่ายนัก

มิลเนอร์ - ช่วยทีมได้เยอะในเรื่องของการวิ่ง คือวิ่งไล่ด้วย คอยคุมพื้นที่ด้วย สลับตำแหน่งกับเพื่อนที่วิ่งไล่จนหลุดตำแหน่งก็ทำ ถอยลงไปช่วยแบ็คก็ไป ช่วยเชื่อมเกมใกล้ๆ ได้ดี แต่การออกบอลบุกหรือทำเกมรุกก็ทำอะไรไม่ได้

สเตอริดจ์ - ขยันวิ่งมากขึ้น นัดนี้ไม่ค่อยลงมาล้วงบอลต่ำแบบที่เคยทำให้พลอยได้บอลน้อยลงด้วย มีโอกาสยิงแบบหลุดเดี่ยวก็พลาด ทำดีเรื่องเชื่อมเกมและขยับออกไปรับบอลนอกเขต เป็นคนจ่ายให้คูตินโย่ยิง ครึ่งหลังเริ่มหมดแรงและถูกเปลี่ยนออกในที่สุด

ตัวสำรอง

โอริกิ  - เร็วจริง ถึงบอลก่อนจริง แต่เล่นบอลง่ายไปนิด คือไม่พลิกแพลงอะไรเลย อ่านง่ายเกิ๊น~ โดยคู่ต่อสู้ดักได้หมดทั้งยิงทั้งจ่าย

อัลเลน - แทบไม่มีส่วนร่วมกับเกม รุกก็ไม่ได้ ไล่ก็ไม่ถึง

ไอบ์ - ลงมานาทีเดียวเสียวยันไส้ติ่ง

แมน ออฟ เดอะ แมทช์ : ...เดยัน ลอฟเรน…เกมนี้มีให้เลือกแค่สองคนคือ ลอฟเรนกับคูตินโย่ ถ้าจบด้วยผลชนะจะเลือกคูตินโย่แน่นอนเพราะได้บอลแต่ละทีมีลุ้นตลอด ทำประตูด้วย แต่กับผลเสมอและการสกัดบอลลูกแล้วลูกเล่าของลอฟเรน โดยเฉพาะการตามช่วยเหลือซากล้วยในครึ่งแรกที่เข้าตาจริงๆ ไม่ได้ลอฟเรนมีหวังตาม 2-3 ลูกตั้งแต่พักครึ่ง
------------------------------------------------------------
เครดิตภาพจากเวปทางการ

Everyone has their own opinion, feel free to leave your comments.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น