วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ลิเวอร์พูล 2-2 ยัง บอย เบิร์น (ยูโรป้า)


เนย์มาร์, ออสก้าเราไม่เอา...
--------------------------------------------------------

ลิเวอร์พูลปรับมาเล่น 4-2-3-1 (เชลวี่ย์,โคล,ซูโซ่ สลับตำแหน่งกันตลอด)

----------------------เชลวี่ย์-----------------------
อัสไซดี้--------------ซูโซ่--------------------โคล
-------------ซาฮิน--------เฮนเดอร์สัน-----------
ดาวนิ่ง-----คาราเกอร์----สเคอเทล------วิสดอม
-----------------------เรน่า------------------------

               ลิเวอร์พูลเล่นเกมยุโรปอีกครั้ง เปิดบ้านรับยัง บอย เบิร์นที่พึ่งอัดอูดิเนเซ่มาแบบไปกลับยิงได้ถึง 3 ลูกทั้งสองนัด วันนี้ร็อดเจอร์ปรับทีมค่อนข้างเยอะ เริ่มตั้งแต่แทคติคที่ไม่มีกองหน้าแท้ๆ แต่ให้มิดฟิลด์สลับกันขึ้นไปเล่นข้างหน้า ตัวผู้เล่นก็เปลี่ยนจากชุดหลัก(ในยูโรป้า)ไปเยอะ เรน่ากับสเคอเทลได้ลงเป็นตัวจริง ดาวนิ่งได้เล่นแบ็คซ้าย รวมไปถึงซูโซ่ที่ได้เล่นตรงกลางอีกหนึ่งนัด
-------------------------------------------------------

               ช่วงต้นเกมยังบอยเล่นเร็วไล่เร็ว พยายามใช้จังหวะฉาบฉวย แดนหน้าไม่เล่นหลายจังหวะ มีช่องจะยิงทันทีเล่นงานพอได้ลุ้น ส่วนลิเวอร์พูลเน้นขึ้นเกมทางซ้ายแต่ขึ้นบอลได้ช้าและเกมไม่ค่อยทะลุทะลวง เกมโดยรวมค่อนข้างสูสีเป็นยังบอยที่ดูจะได้ลุ้นมากกว่านิดหน่อย จนกระทั่งผ่าน 20 นาทีของเกมไป ลิเวอร์พูลถึงเริ่มได้ลุ้นมากขึ้นเมื่อเฮนเดอร์ดันขึ้นมาเล่นเกมรุกมากกว่า ในช่วงก่อนหน้า ทำเกมเจาะตรงกลางเข้าถึงเขตโทษแล้วแต่ยังทำประตูไม่ได้

               นาที 31 ร็อดเจอร์แก้เกมเร็ว(มาก)อีกครั้งด้วยการถอดวิสดอมออกแล้วส่งเจอราร์ดลงสนาม ถอยเฮนเดอร์สันไปเล่นแบ็คขวา และเพียงแค่ 2 นาทีถัดมา โคลทำชิ่งกับซูโซ่หน้าเขตโทษพาตัวเองหลุดเดี่ยวเข้าไปก่อนเปิดเข้ากลางให้ เชลวี่ย์ตั้งหัวยืนโหม่งโล่งๆ เข้าไป 1-0 หลังจากเสียประตูยังบอยดูจะเสียสมาธิไปไม่น้อย ต่อบอลกันพลาดและโดนลิเวอร์พูลตัดบอลได้เร็ว ซึ่งลิเวอร์พูลใช้ช่วงเวลานี้บุกใส่เป็นชุดแต่ยังไม่ได้ประตูเพิ่ม

               เข้า 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ยังบอยค่อยเริ่มตั้งสติกลับมาได้ประคองเกมของตัวเองได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ทันได้บุกตอบโต้ก็หมดเวลาครึ่งแรกไปก่อน ลิเวอร์พูลนำอยู่ 1-0

               เข้าครึ่งหลัง ยังบอยลงมาเร่งเกมมากกว่าในช่วงท้ายครึ่งแรก เน้นการยิงไกลมากขึ้น บอลไม่เข้ากรอบแต่ได้ลุ้นหลายจังหวะ ทางด้านลิเวอร์พูลเจอการเข้าไล่บอลเร็วของยังบอยก็ตั้งเกมรุกลำบากบอลไม่ ค่อยถึงเขตโทษทำให้เกมดูตกเป็นรองเล็กน้อย จนในที่สุดลิเวอร์พูลก็มาพลาด นาที 52 จากจังหวะที่ลิเวอร์พูลบุกขึ้นไปได้ลุ้นยิงในเขตโทษแต่ไม่สำเร็จ ยังบอยโต้กลับเร็วเล่นกันแค่ 3 จังหวะถึงหน้าเขตโทษ เฮนเดอร์สันลงไม่ทันและสเคอเทลไม่ได้ขยับออกไปช่วย ทำให้โบบาดิย่าเอาบอลลงได้ในเขตโทษก่อนจะอัดเต็มข้อบอลผ่านมือเรน่าเข้าเสา สอง 1-1

               หลังจากเกมกลับมาเสมอ ลิเวอร์พูลพยายามเร่งเกมมากขึ้นและเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ยังบอยได้มากกว่า ส่วนยังบอยก็ยังโต้กลับมาได้พอสมควร ทำให้เกมสูสีและเล่นกันเร็ว นาที 60 ซัวเรสได้ลงมาแทนซูโซ่อีกคน ถึงตรงนี้ลิเวอร์พูลบุกได้ถึงสุดเส้นหลัง ได้ลูกเตะมุมเป็นเข่งเป็นกิโล แต่กว่าจะมาได้ประตูจริงๆ ต้องรอถึงนาที 72 ซัวเรสเก็บบอลได้เขตโทษไหลออกมาให้เจอราร์ดจ่ายทะลุกลับเข้าไปให้โคลกลับตัว ยิงเรียดผ่านผู้รักษาประตูไปได้ 2-1

               นาที 75 สเตอริ่งได้ลงมาแทนโคล (สเตอริ่งกำลังจะลงตั้งแต่ยังไม่ได้ลูกที่สอง) ถึงตรงนี้ยังบอยเริ่มทยอยเปลี่ยนตัวและหันมาเล่นเกมรุกมากขึ้น บุกกดดันลิเวอร์พูลได้ดีมากเมื่อพาบอลมาได้ถึงหน้าเขตโทษบ่อยครั้ง ในขณะที่ลิเวอร์พูลเล่นเหมือนขาดความมั่นใจ ถอยกันลงมาตั้งรับต่ำมากขึ้นจนบอลไปถึงข้างหน้าน้อยลง แม้จะยังพอพาบอลหลุดขึ้นไปได้ลุ้นบ้าง แต่รูปเกมโดยรวมเป็นรองยังบอยอย่างชัดเจน

               ในที่สุดยังบอยก็มาทำได้สำเร็จในช่วงท้ายเกม นาที 88 กองกลางลิเวอร์พูลปิดพื้นที่หน้าเขตโทษไม่ดี โดนยังบอยยิงแถวๆ หน้าเขตโทษแบบไม่มีใครไปเร่ง บอลพุ่งด้วยความแรงเข้ากลางกรอบประตูผ่านมือเรน่าเสยเพดานตาข่ายเข้าไปเป็น 2-2 ลิเวอร์พูลพยายามเร่งเกมในช่วงเวลาที่เหลืออยู่และได้ลุ้นเล็กน้อยในจังหวะ สุดท้ายของเกมแต่ยิงผ่านแนวรับไม่สำเร็จ เสมอกันไป 2-2 ต้องไปลุ้นเข้ารอบต่อในนัดสุดท้ายกับการไปเยือนอูดิเนเซ่
-----------------------------------------

               ร็อดเจอร์ยังคงคอนเซปต์เดิมว่าด้วยการใช้ยูโรป้าในการให้โอกาสนักเตะตัว สำรองและลองระบบใหม่ๆ เลยไม่ถึงกับน่าแปลกใจที่ 11 ตัวจริงออกมาเป็นแบบนี้ แทคติคการเล่นในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกก่อนได้ประตู ก็เป็นส่วนผสมระหว่างการขาดแคลนกองหน้าบวกกับความอยากเปลี่ยนทีมให้เป็นบาร์ ซ่าของผู้จัดการทีม ซึ่งแนวรุก 3 คน(ไม่รวมอัสไซดี้ที่ปักหลักอยู่ริมเส้นอย่างเดียว) ดูจะมีปัญหากับแทคติคนี้เยอะพอสมควรเมื่อโคลขาดความเร็ว, เชลวี่ย์เผลอขยับลงต่ำมากเกินไปหลายครั้ง รวมไปถึงซูโซ่ที่ดูจะถนัดเล่นแบบ "classic no. 10" จอมทัพที่รับบอลหน้าเขตโทษแล้วหาช่องทะลวงแนวรับ มากกว่าจะวิ่งสลับตำแหน่งไปมาแบบนั้น นี่ัยังไม่การเน้นขึ้นเกมทางซ้ายทั้งๆ ที่ดาวนิ่งกับอัสไซดี้เล่นเหมือนอยู่คนละทีมอีกต่างหาก ส่งผลให้ครึ่งชั่วโมงแรกของเกมลิเวอร์พูลทำเกมรุกได้ไม่ดีเอาเสียเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อปรับเอาเจอราร์ดลงมา บอลของลิเวอร์พูลไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นโดยเฉพาะตรงกลาง รวมไปถึงการเล่นของเชลวี่ย์ที่ปักหลักในแดนหน้ามากขึ้น ไม่ลงมาแดนกลางเท่าไหร่ ทำให้เกมของลิเวอร์พูลดูดีขึ้นมาก มีโอกาสปิดเกมได้ด้วยการขยับหนีห่างทั้ง 2-0 และ 3-1 พอสมควรเลยทีเดียว

               แต่ที่สุดแล้วเกมรับยังคงเป็นปัญหาต่อไป และถ้าจะว่ากันอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการวางแผนของร็อด เจอร์เอง นัดนี้ถอดวิสดอมออกเฮนเดอร์สันเล่นแบ็คได้ตามสภาพและส่งผลให้เสียประตู แรก(หลังจากนั้นก็โดนเจาะตลอดด้วย) และกลางรับที่ร็อดเจอร์ไม่ได้พยายามขวนขวายหามาเพิ่มและในสถานการณ์ที่ แดนกลางหยุดการพาบอลเลี้ยงจี้แทบไม่ได้อย่างในนัดนี้ก็ยังคงยืนยันว่ากอง กลางตรงกลางในสนามนั้นเพียงพอแล้ว สุดท้ายก็เลยพลาดโดนตีเสมอในที่สุด

               ไม่ใช่ว่าร็อดเจอร์จะผิด เขาแค่มั่นใจในนักเตะที่มี(และมั่นใจในตัวเองด้วย) การไม่ส่งเจอราร์ดลงตั้งแต่เริ่มเกมคงมองว่า 11 ตัวจริงน่าจะพอเอาอยู่ ในขณะที่การใช้แบ็คเฉพาะกิจดาวนิ่งกับเฮนเดอร์สันก็น่าจะพอเอาอยู่ รวมไปถึงการส่งสเตอริ่งลงมาแทนที่จะเป็นอัลเลนคงเป็นเพราะคิดว่าจะโอกาสที่ จะได้ประตูที่สามมีมากกว่าโดนตีเสมอ ...แต่ก็ต้องให้เครดิตเขาด้วย ก็เพราะความมั่นใจแบบนี้แหล่ะที่ทำให้สเตอริ่งได้ติดทีมชาติ, วิสดอมกับซูโซ่ได้ลืมตาดูโลก, เอนริเก้ทำท่าว่าจะไปได้ดีกับปีกซ้าย

               พูดไปพูดมาก็ เฮ้อ...กลับมาสักทีเห๊อะ...ลูคัส ถ้านัดนี้มีลูคัสแทนตำแหน่งซาฮินรับรองว่าชนะไปแล้ว!
----------------------------------

นัดนี้เล่นไม่ค่อยดีนัก

เรน่า - เล่นบอลกับเท้าได้ดี ช่วยทีมในการขึ้นบอลจากแนวหลังได้มาก มีปัญหากับลูกกลางอากาศ 2 ประตูที่เสียไปโดนยิงอัดเข้าเต็มแรงจะโทษก็ไม่เต็มปาก แต่เจ้าตัวน่าจะทำอะไรได้ใกล้เคียงกว่านั้นหน่อย

ดาวนิ่ง - ขึ้นบอลพลาดเยอะในช่วงต้นเกม พอทีมเน้นเจาะตรงกลางก็ทำหน้าที่เชื่อมเกมพอใช้ได้แต่เติมขึ้นไปเล่นบอลแถว สุดเส้นได้ไม่ดีนัก เล่นเกมรับใช้ได้แม้จะไม่ถึงขนาดกินเรียบแต่ก็ไม่สร้างปัญหาให้ทีม

คาราเกอร์ - ความเร็วและพละกำลังคือปัญหาใหญ่ เข้าบอลค่อนข้างช้าและเบียดปะทะไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าบอลถึงตัวก็สกัดได้ไม่พลาด วันนี้ผ่านบอลได้ค่อนข้างดีมีพลาดน้อย

สเคอเทล - เล่นได้หนักหน่วง สกัดบอลเด็ดขาดทั้งลูกกลางอากาศและบนพื้น อ่านเกมพลาดไปหน่อยในจังหวะที่เสียลูกแรก วันนี้ขึ้นไปเล่นลูกเตะมุมไม่ค่อยดีนัก แทบไม่เจอบอล

วิสดอม - ช่วงที่อยู่ในสนามยังบอยไม่ได้รุกมากนัก เกมรับไม่ผิดพลาด เติมเกมรุกได้พอประมาณ ทำได้ดีในเรื่องสปีดไปเอาบอลในพื้นที่ว่างด้านหน้า

ซาฮิน - ยืนต่ำและต้องเล่นเกมรับมาก...จบกัน

เฮนเดอร์สัน - ต้นเกมก็เล่นแบบเฮนๆ ไปเรื่อยๆ มาเริ่มทำได้ดีตอนก่อนเจอราร์ดลงมาที่เจ้าตัววิ่งขึ้นไปทำเกมรุกได้ 2-3 จังหวะเกือบเป็นประตู หลังจากนั้นเล่นแบ็คยืนตำแหน่งพลาดเกือบทั้งเกม

อัสไซดี้ - ต้นเกมได้บอลไม่มากนัก ครึ่งหลังได้บอลมากขึ้น ชั่วโมงแรกของเกมไม่ค่อยมีเพื่อนช่วยไม่ว่าจะจากข้างหลังหรือข้างๆ ต้องไปคนเดียวบ่อย โดยรวมแล้วจังหวะกระชากไม่ค่อยผ่าน มีส่วนร่วมกับเกมน้อยและช่วยทีมได้ไม่มากนัก

โคล - ความเร็วเลือนหายไปหมดแล้ว ความฟิตก็มีกระปริบกระปรอยเล่นไปหอบไป แต่ใจสู้และเล่นอย่างมุ่งมั่นมากๆ วันนี้ผ่านบอลได้เร็วขึ้นและเล่นในเขตโทษได้โดดเด่น ยิง 1 จ่าย 1 กันเลยทีเดียว

ซูโซ่ - เล่นได้ดีตลอดช่วงที่อยู่ในสนาม ทำได้ดีที่สุดเมื่อได้ครองบอลอยู่หน้าเขตโทษ จ่ายทะลุผ่านพื้นที่แคบๆ ได้ดีให้เห็นหลายครั้ง สวนทางกับจังหวะหลุดเดี่ยวที่ยิงหลุดกรอบแบบไม่ได้ลุ้น ส่วนเกมรับแทบไม่ได้เล่นไม่ได้ช่วยเลย

เชลวี่ย์ - หาที่ว่างวิ่งสอดขึ้นไปรอยิงได้ดี นอกจากลูกที่ทำได้ก็ยังมีอีกหลายครั้งที่ไปถึงตำแหน่งยิงแล้วแต่บอลมาไม่ถึง ครึ่งแรกเล่นเกมรุกด้วยบอลจังหวะเดียวได้ดี ส่วนครึ่งหลังหลังจากซัวเรสลงมาแล้วถอยไปเล่นกลางช่วยทีมไม่ได้เท่าไหร่ พลิกรับเป็นรุกไม่ได้และวิ่งไล่ไม่ค่อยถึงบอล

ตัวสำรอง

เจอราร์ด - ทำได้ดีในการเปลี่ยนรับเป็นรุกและเร่งจังหวะเกมให้เร็ว เป็นแกนหลักของทีม แต่จังหวะที่ต้องอาศัยพละกำลัีงวิ่งไล่ก็ไปไม่ค่อยไหวแล้ว

ซัวเรส - ลงมาเล่นกองหน้าได้ดีกว่าเชลวี่ย์ในแง่การเก็บบอลและไปกับบอล อยู่คนเดียวได้ไม่ต้องพึ่งใครมากนัก ค้ำกองหลังได้ดีกว่าเชลวี่ย์ด้วย ปัญหาคือวันนี้หาโอกาสยิงไม่ได้เลยและทำบอลเสียบ่อย

สเตอริ่ง - วิ่ง วิ่ง วิ่ง

แมน ออฟ เดอะ แมทช์ : ...โจ โคล... เล่นให้เห็นว่ายังไม่อยากโดนเขี่ยทิ้ง แม้ความต่อเนื่องในเกมจะน้อยไปสักหน่อย หายไปเป็นระยะ ทำอะไรก็ไม่รู้ดูแล้วงงในบางจังหวะ แต่การยิง 1 จ่าย 1 แบบเหนือชั้นทั้ง 2 จังหวะนั้นก็งามเกินห้ามใจจริงๆ
 ------------------------------------------------------------
Everyone has their own opinion, feel free to leave your comments.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น