วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เชลซี 1 - 1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีค)

 Our lovely fisherman...is back!
--------------------------------------------------------

ลิเวอร์พูลปรับมาเล่น 3-5-2 (สเตอริ่งยืนสูงกว่าซัวเรสเล็กน้อย, ซัวเรสช่วยไล่ถึงกลางสนามจังหวะรับ)

---------------ซัวเรส------สเตอริ่ง----------------
---------------------เจอราร์ด----------------------
------------ซาฮิน--------------อันเลน------------
เอนริเก้---------------------------------จอห์นสัน
------แอกเกอร์----คาราเกอร์----วิสดอม---------
-----------------------โจนส์------------------------

               ลิเวอร์พูลออกไปเยือนเชลซีที่แสตมฟอร์ดบริดจ์ ร็อดเจอร์ปรับผู้เล่นตัวจริงเกือบยกชุดจากนัดกลางสัปดาห์ มีเพียงวิสดอมกับโจนส์ที่เหลือรอดมา รวมไปถึงคาราเกอร์ที่ได้ลงแทนสเคอเทลที่มีอาการป่วย ส่วนเชลซีใช้ดาวรุ่งลง เล่นในตำแหน่งแบคทั้งสองฝั่ง แผงกลางยังใช้นักเตะเชิงรับสองคนอย่างมิเกลกับรามิเรส โดยมีตัวรุก 3 ประสานอย่างมาต้า ฮาซา ออสการ์ ทำเกมอยู่หลังตอเรส
-------------------------------------------------------

               เริ่มเกมมาเชลซีวิ่งไล่สูงทันทีทำเอาลิเวอร์พูลขึ้นเกมกันได้ลำบาก แม้จะยังครองบอลได้แต่บอลไปข้างหน้าไม่ได้เลย ส่วนเชลซีที่ดักตัดบอลได้เป็นระยะ สามารถบุกโต้กลับมากดดันแนวรับได้ดีแต่ทำได้ไม่ต่อเนื่องเพราะบอลจังหวะสอง ในเกมรุกยังเก็บไม่ค่อยได้ ทำให้ลิเวอร์พูลที่รูปเกมเป็นรองยังพอจะประคองตัวไม่ถึงขั้นเสียเปรียบมากนัก

               ถึงนาที 20 เชลซีได้เตะมุม มาต้าเปิดมาให้เทอรี่สลัดหลุดตัวประกบขึ้นโหม่งโล่งๆ 1-0 หลังจากได้ประตูึขึ้นนำ เชลซีเน้นคุมพื้นที่ไม่ให้กลางลิเวอร์พูลมีช่องเล่นและทำได้ดี ลิเวอร์พูลไม่สามารถต่อบอลกลางสนามได้ ทำเกมรุกช้า พยายามขึ้นเกมรุกริมเส้นฝั่งซ้าย อย่าว่าแต่จะได้ลุ้นประตู แค่พาบอลไปถึงเขตโทษยังทำแทบไม่ได้ กลายเป็นเชลซีที่ตัดได้แล้วจะทำเร็วเจาะตรงกลางและกดดันได้ดีกว่า

               ช่วงท้ายครึ่งแรก ลิเวอร์พูลพยายามต่อบอลเร็วขึ้นและบอลเริ่มไปถึงเขตโทษ แต่ยังหาโอกาสยิงแทบไม่ได้เช่นเดิม ส่วนเชลซียังตัดบอลและโต้เร็วขึ้นมาเกือบเป็นประตูเป็นระยะแต่ยังทำสกอร์ เพิ่มไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 1-0

               เข้าครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลกลับลงมาเร่งเกมให้เร็วขึ้น ออกบอลเสี่ยงและพาบอลไปกับเท้ามากขึ้น แม้จะยังโดนตัดได้เป็นระยะ แต่รูปเกมโดยรวมดูดีขึ้นกว่าในช่วงครึ่งแรก ส่วนเชลซีเหมือนผ่อนเกมรุกกันลงไป เน้นเข้าทำด้วยจังหวะทำเร็วเมื่อตัดบอลได้ ไม่ได้ตั้งเกมหรือดันกันขึ้นมาเล่นเกมรุกสักเท่าไหร่ทำให้เกมรุกไม่ได้ต่อ เนื่องนัก แต่ทั้งอย่างนั้นเกมก็ยังดูไม่เสียเปรียบลิเวอร์พูล และยังคงได้ลุ้นประตูบ้างเป็นระยะอีกด้วย

               ผ่าน 1 ชั่วโมงของเกมไป ร็อดเจอร์ปรับแทคติคขนานใหญ่ ส่งซูโซ่ลงมาแทนซาฮิน ปรับทีมกลับมาเล่น 4-4-2 โยกวิสดอมไปแบคขวา, จอห์นสันมาเล่นแบคซ้าย ดันเอนริเก้ไปเล่นปีกซ้าย และสเตอริ่งไปเล่นริมขวาเต็มตัว ลดจังหวะการเล่นให้น้อยลง เน้นบอลไดเรกต์จ่ายให้ถึงตัวมากขึ้น เกมลิเวอร์พูลดูดีขึ้นมากแต่ก็ไม่ต่อเนื่องนัก ทั้งยังเต็มไปด้วยความเสี่ยงเมื่อยังโดนตัดบอลกลางทางเป็นระยะ, โดนโต้เร็ว ครองบอลไว้ไม่ได้นาน รวมไปถึงแดนกลางที่ยังเป็นรองอยู่

               อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลมาตีเสมอได้สำเร็จในที่สุดจากลูกเตะมุมเช่นกัน นาที 73 ซูโซ่(ถ้าดูไม่ผิด)เปิดเตะมุมมาเสาแรกให้คาราเกอร์(อันนี้ดูไม่ผิดแน่) โหม่งเช็ดไปเสาสองแล้วเป็นซัวเรสได้โหม่งระยะเผาขนเข้าไปได้สำเร็จ 1-1 หลังจากสกอร์กลับมาเสมอ เกมก็เปิดแลกทันที ลิเวอร์พูลได้ใจจากการตีเสมอเดินหน้าทำเกมบุกต่อ ส่วนทางเชลซีที่เกมรุกดูซึมๆ มาตั้งแต่ต้นครึ่งหลังก็กลับมาเร่งกันอีกครั้ง

               ประมาณ 5 นาทีท้ายก่อนทดเจ็บ เชลซีดันกันขึ้นมาเล่นเกมรุกมากขึ้น ขึ้นมาถึงสุดเส้นได้ลุ้นจากการเปิดเข้ากลางหลายครั้ง รวมไปถึงลูกยิงไกลและเตะมุม แต่ก็ทำให้เริ่มมีพื้นที่ในแดนหลังเช่นกัน ลิเวอร์พูลเลยหันมาใช้แนวหลังวางบอลยาวให้ไปที่ว่างข้างหน้าและได้ผลดีพอสมควร แม้จะล้ำหน้าไปหลายครั้ง แต่ก็เกือบได้ลุ้นประตูชัยเช่นกัน เชลซีมาได้เชคช่วยเซฟจังหวะสำคัญสองครั้งทั้งลูกหลุดเดี่ยวของซัวเรสและลูก ยิงมุมแคบของเอนริเก้ทำให้จบเกมได้แค่เสมอ 1-1 ในเกมที่พวกเขาควรจะชนะ ส่วนลิเวอร์พูลก็เกือบชนะ ในเกมที่ไม่น่ารอดไปอีกนัดหนึ่ง
-----------------------------------------

               ร็อดเจอร์ตั้งใจพักผู้เล่นชุดนี้ไว้ในนัดกลางสัปดาห์ 11 ตัวจริงจึงไม่มีอะไรน่าแปลกใจนัก ที่ดูแปลกไปบ้างคือแทคติค 3-5-2 ที่ไม่รู้ว่าตั้งใจจะใช้อยู่แล้ว หรือเห็นว่าเข้าท่า(ในเกมรับ)ตอนใช้กับอันจิ ซึ่งผลลัพธ์จากการตัดสินใจสองเรื่องนี้ก็ส่งผลดีต่อเกมมากทีเดียว

               เกมนี้จะว่าไปแล้วถ้าดูโดยรวมต้องบอกว่าลิเวอร์พูลสู้ไม่ได้ คุณภาพของนักเตะเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด ออสการ์ มาต้า ฮาซาแทบไม่มีปัญหากับการเจอสถานการณ์ตัวต่อตัวที่สามารถสลัดหลุดไปได้เกือบ ตลอด เชลซีสามารถตัดซัวเรสออกไปจากเกมได้เกือบชั่วโมง แดนกลางรามิเรสกับมิเกลทำลายเกมรุกลิเวอร์พูลได้แบบป่นปี้ ทั้งดักตัดบอล และสกัดการพาบอลขึ้นไปของกองกลาง ส่วนแดนหน้าก็หาช่องว่างในแนวรับได้เยอะทีเดียว

               แต่สิ่งที่ตัดสินเกมนี้และทำให้ลิเวอร์พูลตีเสมอหรือแม้กระทั่งเกือบชนะ อยู่ที่การตัดสินใจสองอย่างในย่อหน้าแรกรวมไปถึงดวงอีกเล็กน้อย ในเรื่องการพักผู้เล่น ครึ่งแรกอาจยังไม่ส่งผลนัก แต่ครึ่งหลังนี่นักเตะเชลซีออกอาการชัดเจน การเคลื่อนที่และพละกำลังในการปะทะลดลงฮวบฮาบ ดูแล้วไม่ใช่ว่าเชลซีตั้งใจจะผ่อนแต่น่าจะเป็นเพราะไม่มีแรงจะเล่นได้เต็ม ที่มากกว่า ส่วนเรื่องแทคติค 3-5-2 นั้นช่วยชดเชยเรื่องคุณภาพนักเตะได้ดี วิสดอมที่ไหม้แล้วไหม้อีกมีคนช่วยซ้อนอยู่ตลอด แดนกลางตัวต่อตัวจับใครไม่อยู่เลยก็อาศัยพวกมากรุมกินโต๊ะเอา หลุดอัลเลนเจอราร์ดเข้า หลุดเจอราร์ดคาราเกอร์เข้าสุดท้ายก็เลยพอกล้อมแกล้มไปได้ ส่วนเรื่องดวงก็ชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าช่วงครึ่งแรกที่นักเตะเชลซียังสดอยู่พวกเขายิงนำห่างไปได้(และที่จริงก็ มีโอกาสดีอยู่ 2-3 ครั้งด้วย) ลิเวอร์พูลอาจจะหาทางกลับไม่เจอและถึงขั้นพ่ายเละได้

               เรื่องแทคติค 3-5-2 นี่ดูแล้วร็อดเจอร์น่าจะใช้แค่ช่วงเข้าตาจน ขอแค่แบ่งแต้มแบบนี้เท่านั้น เพราะเกมรุกจากแทคติคนี้ลิเวอร์พูลทำได้ไม่ดีเลย ถ้าไปเจอทีมที่ไม่เปิดเกมรุกใส่มองแทบไม่เห็นทางเจาะแนวรับเข้าไปได้ เพราะแดนกลางที่ไปกับบอลได้ดีที่สุดอย่างเจอราร์ดเริ่มโรย, เชลวี่ย์ผีเข้าผีออก บอลสั้นบอลชิ่งของทีมก็ยังไม่ถึงระดับที่จะใช้เป็นอาวุธหลักได้ ถ้ามีตัวเล่นเกมรุกตรงกลางน้อยจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เกมริมเส้นที่เป็นจุดเด่นของ 3-5-2 ทีมตอนนี้ก็ดันไม่มีคนชาร์จจบสกอร์ ถ้าใช้ในเกมอื่นที่ต้องการทำเกมรุกบดเพื่อ 3 แต้มไม่แคล้วจะชวดเอา ครั้นจะใช้ 3-5-2 ด้วยบอลไดเรกต์แบบนัดนี้ก็คงไม่ใช่แนวทางที่ร็อดเจอร์ต้องการ(ละมั้ง) เพราะรับเป็นฝูง ได้บอลวางยาว มันวิธีเล่นของทีมแบบที่ร็อดเจอร์(รวมถึงแฟนบอลจำนวนไม่น้อย)ไม่ชอบนี่ ครับ...นั่นมันบอลหนีตกชั้น

               นัดหน้าเจอวีแกน ขอ 4-2-3-1 จัดเต็มทั้งซัวเรส, สเตอริ่ง, อัสไซดี้นะครับร็อดเจอร์
----------------------------------

นัดนี้โดยรวมเล่นใช้ได้ บางคนเล่นดีมาก บางคนเล่นไม่ค่อยออก

โจนส์ - เรน่าคงต้องกลับไปหั่นซูชิแก้ว่างไปพลางๆ ก่อน

เอนริเก้ - เขากลับมาแล้ว เล่นด้วยพละกำลังทั้งเกมรุกเกมรับ หวุดหวิดจะเสียฟาลว์อยู่ตลอดแต่ไม่ค่อยโดนจับฟาลว์ มีส่วนร่วมกับเกมมากที่สุดในทีม เล่นเสียเยอะแต่เล่นดีเยอะกว่ามาก จ่ายบอลแนวลึกสวยๆ ได้ดีหลายครั้ง รวมไปถึงเกือบจะทำประตูชัยได้ด้วย

แอกเกอร์ - ประกบตัวพลาดมีส่วนทำเสียประตูแรก แต่นอกนั้นก็ดักบอลได้ดีโดยเฉพาะลูกกลางอากาศ เอาตัวรอดจากการโดนไล่และผ่านบอลขึ้นหน้าได้แม่น

คาราเกอร์ - มีพลาดจับจังหวะบอลพลาดให้เห็นอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก อ่านเกมได้สุดยอด วันนี้ซ้อนเพื่อนได้ดีทั้งด้านข้างและด้านหน้า(ซ้อนพวกกองกลาง)

วิสดอม - เกรียมสนิท well done โดนความกดดันและความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเชลซีเล่นงานจนงอม อ่านเกมไม่ดี, ยืนผิดตำแหน่งหลายครั้ง หวังว่าเกมนัดนี้จะไม่ทำให้สูญเสียความมั่นใจไป

จอห์นสัน - เล่นเกมรุกน้อยแทบไม่ได้ช่วยทีมเพราะเกมไปขึ้นฝั่งซ้ายมากกว่า เกมรับทำได้ดีโดยเฉพาะการจัดการกับพวกที่พาบอลเลี้ยงจี้

ซาฮิน - เปลี่ยนผลัดลงเรือแทนเอนริเก้ออกฝั่งไปเรียบร้อย

อัลเลน - พยายามเต็มที่แต่ความสามารถไม่เอื้อ แพ้มิเกลกับรามิเรสทั้งรุกทั้งรับ เล่นพลาดเยอะ แต่สู้ไม่ถอยพลาดแล้วยังกลับลงมาช่วยเพื่อน คุมสติได้ดีในช่วงที่หงุดหงิด

เจอราร์ด - ต้นเกมร็อดเจอร์วางตำแหน่งให้เล่นตัวรุก แต่ไปๆ มาๆ เจอราร์ดต้องลงมาช่วยเกมรับเยอะและทำได้ดีที่สุดในบรรดาแดนกลางของทีม ทำดีที่สุดคือประคองทีมไม่ให้โดนเชลซีพับสนามเล่น ผ่านบอลไปที่ว่างพอใช้ได้

สเตอริ่ง - เล่นได้มีประสิทธิภาพที่สุดในบรรดาตัวรุกของทีม พลาดน้อย มีความแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อในการบังบอลและเบียดปะทะ กล้าเล่นและทำได้ดีเป็นส่วนใหญ่

ซัวเรส - แทบจะต้องเล่นคนเดียวตลอดเกม ครึ่งแรกแทบไม่ได้บอลเลย ครึ่งหลังเริ่มได้บอลมากขึ้นเมื่อทีมเปลี่ยนวิธีเล่น ล้ำหน้าค่อนข้างเยอะและพาบอลไปเสียก็ไม่น้อยแต่นั่นก็เป็นไปตามแทคติคที่ถ้า ไม่เล่นทีมก็รุกไม่ได้ หาช่องทำประตูได้อีกแล้ว

ตัวสำรอง

ซูโซ่ - ลงมาช่วยครองบอลและผ่านบอลแดนกลางได้ดี แต่ไม่ถึงขั้นพลิกเกมได้

แมน ออฟ เดอะ แมทช์ : ...โฮเซ่ เอนริเก้... สิครับ  ซัวเรสยิงไม่ได้ทีมก็น็อคไปแล้ว แต่เอนริเก้นัดนี้เปล่งประกายฉายแสงมากๆ
--------------------------------------------------------------
Everyone has their own opinion, feel free to leave your comments.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น