วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ลิเวอร์พูล 1-3 สวอนซี (แคปปิตอลวันคัพ)


...แพ้ภัยตัวเอง...
--------------------------------------------------------

ลิเวอร์พูลเล่น 4-2-3-1

---------------------เยซิล-----------------------
------อัสไซดี้-------โคล---------ดาวนิ่ง-------
------------เชลวี่ย์----------อัลเลน-------------
โรบินสัน--คาราเกอร์--โคอาเตส---เฮนเดอร์สัน
----------------------โจนส์-----------------------

               ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์รับมือสวอนซีทีมเก่าของร็อดเจอร์สในเกมแคปปิตอลวัน คัพ ร็อดเจอร์สปรับ 11 ตัวจริงเกือบยกทีมตามที่เห็นด้านบน แถมให้ตัวสำรองของตัวสำรองอย่างโรบินสัน, โคล, เฮนเดอร์สัน(ที่เล่นในตำแหน่งแบคขวา) ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกต่างหาก ส่วนทางสวอนซีส่งบริทตัน มิชู นายเออร์มากันครบ
-------------------------------------------------------

               เริ่มเกมมาค่อนข้างสูสี ประมาณ 20 นาทีแรกลิเวอร์พูลดูดีกว่าเล็กน้อย พาบอลไปป้วนเปี้ยนแถวหน้าเขตโทษได้มากกว่า สวอนซีพยายามจะต่อเกมสู้แต่บอลก็ไม่ค่อยไปข้างหน้า ไปได้ก็ค่อนข้างช้า แต่ทั้งสองฝ่ายยังหาจังหวะจบสกอร์กันได้ไม่มากนัก ยิ่งเวลาผ่านไป สวอนซีเริ่มดูดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเก็บบอลได้มากขึ้น สวนทางกับทางลิเวอร์พูลที่แนวรับเก็บบอลไว้เล่นได้น้อยลง ทำให้เกมเริ่มตกเป็นรองทีละน้อย

               สวอนซีเริ่มพาบอลหลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษได้เป็นระยะ ได้โอกาสลุ้นบ้าง และมาทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จในนาที 34 จากลูกเตะมุมที่เปิดเข้ากลางหน้าเขตหกหลา ชิโก้ ฟลอเรสได้ขึ้นโหม่งคนเดียวเข้าไปได้ 1-0 หลังจากนั้นเกมของสวอนซีก็ยังดีต่อเนื่อง แต่จังหวะสุดท้ายยังทำได้ไม่ดีพอ ส่วนทางลิเวอร์พูลแม้จะมีโอกาสได้ลุ้นประตูบ้าง แต่ก็หนักไปทางลุ้นอยู่ห่างๆ และรูปเกมโดยรวมเป็นรอง จนกระทั่งจบครึ่งแรก 1-0

               เข้าครึ่งหลัง ร็อดเจอร์สรีบเปลี่ยนนักเตะทันที ส่งซัวเรสกับเจอราร์ดลงมาแทนเยซิลกับโคลและเล่นตามตำแหน่ง ดันเชลวี่ย์ขึ้นมาเล่นเกมรุกมากขึ้น และดันแผงหลังสูงขึ้น ไล่บอลในแดนหน้ามากขึ้น ทำให้ช่วงต้นครึ่งหลังเกมของลิเวอร์พูลกลับมาดูดีกว่า นักเตะวิ่งเข้าถึงบอลเร็วกว่าในครึ่งแรกและแย่งบอลกลับมาได้เร็วขึ้น บุกกดดันได้ถึงหน้าเขตโทษแต่ออกบอลจังหวะสุดท้ายพลาดเป็นส่วนใหญ่ จังหวะที่ได้ยิงบ้างก็ยังทำไม่สำเร็จ

               แล้วก็เป็นหนังม้วนเดิมกับครึ่งแรก สวอนซีที่ตกเป็นรองก่อนยิ่งเล่นยิ่งดีขึ้น เก็บบอลเล่นได้มากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับมีพื้นที่ให้เล่นค่อนข้างเยอะจากการดันสูงของลิเวอร์พูล ประมาณนาที 60 กว่าร็อดเจอร์สรีบส่งสเตอริ่งลงมาช่วยอีกคน โดยเปลี่ยนเอาอัสไซดี้ออก แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่เปลี่ยน ลิเวอร์พูลยังบุกได้มากแต่ได้ลุ้นน้อย สวอนซีที่เน้นเกมโต้กลับเร็วได้ลุ้นมากกว่าจนกระทั่งมาทำประตูหนีห่างไปได้ อีกในนาที 72 ที่โต้เร็วแล้วแนวรับลงไม่ทัน ดายเออร์ได้ชาร์จจ่อเข้าไปเป็น 2-0

               ลิเวอร์พูลไม่มีทางเลือกต้องเดินหน้าบุกต่อไป แต่จังหวะสุดท้ายก็ยังขาดๆ เกินๆ อยู่ จนกระทั่งมาได้ลูกฟรีคิกในนาที 77 เจอราร์ดเปิดเข้าเขตโทษแล้วเป็นซัวเรสขึ้นโหม่งเข้าไปได้ 2-1 ทำให้ลิเวอร์พูลกลับมามีลุ้นอีกครั้ง ถึงตรงนี้ลิเวอร์พูลดันแผงหลังขึ้นมาสูงถึงครึ่งสนาม แบคเติมสูงเกือบสุดเส้น เชลวี่ย์แทบจะปักหลักอยู่หน้าเขตโทษคู่ต่อสู้ ทำเกมด้วยการออกบอลของเจอราร์ดเป็นหลัก โดยรวมทำได้ดีขึ้น บอลเข้าไปถึงในกรอบเขตโทษมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จังหวะสุดท้ายไม่ได้ดีขึ้นตามไปด้วย ทำให้ลิเวอร์พูลยังไม่สามารถตีเสมอได้

               ช่วงท้ายเกมสวอนซียังมีทีเด็ดมาเซอร์ไพรส์ เมื่อหันมาไล่สูงตั้งแต่หน้าเขตโทษ ทำให้ลิเวอร์พูลขึ้นบอลได้ยากลำบาก แทนที่จะได้เอาบอลขึ้นไปบุกต่อเร็วๆ กลับกลายเป็นต้องเสียเวลาวนหนีหาช่องกว่าจะขึ้นบอลไปได้แต่ละจังหวะก็แทบตาย เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเกมเข้าสู่ช่วงทดเจ็บ สวอนซียังมาทำประตูปิดเกมได้อีกเมื่อตัดบอลจังหวะขึ้นเกมของลิเวอร์พูลได้ ก่อนจะผ่านบอลเข้ากลางให้ เดอกูสแมนชาร์จจ่อๆ แทบจะเป็นภาพเดียวกับประตูที่สอง ทำให้จบเกมสวอนซีบุกมาเอาชนะลิเวอร์พูลได้ถึงแอนฟิลด์ 3-1
-----------------------------------------

               11 ตัวจริงวันนี้ดูสยองขวัญสั่นประสาทสมเป็นคืนวันฮาโลวีนจริงๆ แม้จะมีอัลเลนกับเชลวี่ย์ลงคุมเกม อัสไซดี้ที่ฟอร์มดีจากนัดก่อนหน้าได้ลงตัวจริง แต่นอกนั้นไม่ได้สร้างความรู้สึกว่าจะสามารถทำเกมเหนือกว่าคู่ต่อสู้ได้เลย โคล,โรบินสัน,เยซิลนั้นแทบไม่ได้ลงเลยก่อนหน้านี้ ดาวนิ่งที่ฟอร์มกระเตื้องขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าดี ซ้ำยังส่งเฮนเดอร์สันลงไปเล่นแบคขวาอีกต่างหาก พอไปรวมกับคู่หูต่างวัยกระชากใจกองเชียร์(ฝั่งตัวเอง) โคอาเตสกับคาราเกอร์เข้าไปอีกก็เลยเอวังด้วยประการฉะนี้

               แน่นอนว่าช่วงนี้มีเกมลงเตะถี่และขนาดทีมไม่ได้ใหญ่นักจำเป็นต้องมีการหมุน เวียนนักเตะบ้าง แต่ถึงขนาดส่งเฮนเดอร์สันลงมาเล่นแบคขวา โคลกับโรบินสันเป็นตัวจริงในการเจอกับทีมที่ร็อดเจอร์สเองน่าจะรู้จักดีที่ สุดดูจะประมาทมากเกินไป ฟลานาแกนแม้จะฟอร์มไม่ดีนักแต่ดูยังไงก็น่าจะเล่นแบคขวาได้ถนัดกว่าเฮนเดอร์ สัน รวมไปถึงประสบการณ์ของเอนริเก้น่าจะช่วยทีมได้ดีกว่าโรบินสัน โคลยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าเขาแวดล้อมด้วยนักเตะชุดหลักอาจจะพอเล่นได้ แต่จัดทีมให้เขาเป็นตัวทำเกมหลักทั้งที่ร้างสนามไปพอสมควรแบบนี้ก็ยากที่งัด ฟอร์มเก่งออกมาได้ นัดนี้ลิเวอร์พูลแพ้เพราะการจัดตัวจริงของร็อดเจอร์สจริงๆ ครับ

               หันมาดูรูปเกมบ้าง ปัญหาของลิเวอร์พูลเกมนี้หลักๆ เลยอยู่ที่แผงหลัง 4 คน โคอาเตสกับคาราเกอร์เก็บบอลไม่ได้ ขึ้นบอลไม่ถนัด โรบินสันได้แค่เอาตัวรอด เฮนเดอร์สันปิดพื้นที่ได้ไม่ดี แม้จะสกัดบอลได้แต่ดันเก็บบอลได้น้อยทำให้ทีมเสียการครองบอลบ่อยและง่ายเกิน ไป จังหวะขึ้นเกมแผงหลังก็ช่วยทีมได้น้อย โคอาเตสกับคาราเกอร์ผ่านบอลไปข้างหน้าหรือพาขึ้นไปเองได้ไม่ดีนัก ต้องรอให้กลางลงมาล้วงบอล แบคสองข้างไม่สามารถขึ้นไปช่วยปีกทำเกมได้ ทำให้เกมรุกต้องไปหวังพึ่งแค่ตัวรุก 3 คนที่อยู่หลังกองหน้า ซึ่งสุดท้ายก็ไม่พอ

               ที่หนักหนาสาหัสที่สุดของวันนี้อยู่ที่การประสานงานของนักเตะในทีมที่ดูไม่ จืดเลย ช่องระหว่างคู่เซนเตอร์และเซนเตอร์กับแบคขวาถ่างอ้าซ่าให้คู่ต่อสู้แทงบอล ทะลุเข้าไปได้ง่ายมากๆ ปีกกับแบคไม่สามารถจะวิ่งสอดทำชิ่งเล่นเกมริมเส้นได้เลย การเล่นในพื้นที่แคบบริเวณหน้าเขตโทษของกองหน้า-กองกลางทำอะไรไม่ได้มากไป กว่าส่งบอลยัดเข้าเท้าเพื่อน ทำให้เกมครึ่งแรกลิเวอร์พูลทำอะไรแทบไม่เป็นชิ้นเป็นอัน และครึ่งหลังแม้จะดูดีขึ้นเมื่อมีเจอราร์ดกับซัวเรสลงมา แต่คนอื่นที่อยู่ในสนามก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก

               ...นัดนี้แพ้สนิท แบบไม่เหลืออะไรให้เสียดายครับ...
----------------------------------

นัดนี้เล่น..ไม่ดี

โจนส์ - ...แต่คนนี้ดีนะ เซฟลูกยากไว้ได้หลายครั้ง ลูกง่ายๆ เซฟได้หมด ยืนตำแหน่งดี ตัดสินใจเร็ว ไม่ได้โจนส์ช่วยไว้เกมนี้เละแน่

โรบินสัน - ฟอร์มส่วนตัวไม่ได้เลวร้ายนัก เกมรับใช้ได้ ขึ้นไปช่วยเกมรุกไม่ได้และเชื่อมเกมไม่ค่อยดีนัก

คาราเกอร์ - ช้า ไม่ใช่ในเรื่องไปวิ่งแข่งกับใคร แต่เป็นปฏิกิริยาที่ดูจะช้าลง ช่วยขวางลูกยิงได้ดีอยู่ครั้งสองครั้ง นอกนั้นอย่าไปพูดถึง

โคอาเตส - สเตอริ่งติดโรคฝืนเล่นยากจากซัวเรสฉันใด โคอาเตสก็ติดโรคสาดจากคาราเกอร์ฉันนั้น บอลมาเป็นหวด เข้าสกัดยังใช้ได้แต่อ่านทางบอลได้ไม่ดีนัก

เฮนเดอร์สัน - ได้เล่นแบคขวาช่วงสั้นๆ ท้ายเกมกับเอฟเวอร์ตัน นัดนี้เลยถูกส่งเป็นแบคตัวจริงมันซะเลย วางบอลยาวได้ไม่เลวและครึ่งหลังเติมขึ้นไปช่วยเปิดบอลได้หลายครั้ง แต่ปัญหาใหญ่คือเ้จ้าตัวดูจะไม่เข้าใจพื้นที่รับผิดชอบของแบค ปล่อยให้มีช่องว่างค่อนข้างเยอะ ทั้งในเขตโทษและริมเส้น จบนัดนี้อาจเดินเข้าไปบอกร็อดเจอร์สว่า "ถ้าจะให้เล่นแบคขวา พี่กระโดดถีบยอดหน้าผมเถอะครับ" ก็เป็นได้

อัลเลน - ยังเล่นได้ตามมาตรฐานตัวเองอยู่ ปัญหาคือการขึ้นเกมของสวอนซีส่วนใหญ่อยู่ทางริมเส้น กองหลังพลาดก็พลาดไป ถ้าสกัดได้ก็สาดทิ้ง ในเกมรับอันเลนเลยทำประโยชน์ให้กับทีมไม่ได้มากนัก ส่วนเกมรุกหาจังหวะสอดขึ้นมาเล่นเกมรุกได้ดี ผ่านบอลให้เพื่อนได้ดีแล้ว แต่เพื่อนที่รับบอลไปทำเกมไม่ค่อยได้

เชลวี่ย์ - ครึ่งแรกง่วนอยู่กับการช่วยเชื่อมเกมจากหลังไปหน้า ไม่ได้ทำอะไรมากนัก ครึ่งหลังได้เล่นเกมรุกมากขึ้น โดยรวมแล้วเชื่อมเกมพอใช้ได้ เกมรุกหาตำแหน่งยิงเองได้ดีแต่จ่ายบอลทีเด็ดทีขาดได้น้อย

โคล - ...เราเลิกกันเถอะ

อัสไซดี้ - ได้บอลน้อย ต้องไปคนเดียวบ่อย ให้บอลเพื่อนไปก็ไม่ค่อยได้คืน หาโอกาสเปิดบอลเข้ากลางได้บ้าง แต่โดยรวมแ้ล้วก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก

ดาวนิ่ง - มีส่วนร่วมกับเกมค่อนข้างมาก หาโอกาสยิงเองได้เยอะทีเดียว..พลาดเรียบ ครอสบอลเข้ากลาง...พลาดเีรียบ ไม่ค่อยมีจังหวะพาบอลไปเองมากนัก

เยซิล - ยังคงหาบอลไม่ค่อยเจอ จับบอลเหมือนเป็นกองหลังที่แตะคืนให้เพื่อนมากกว่าจะเป็นกองหน้าที่พยายามจะ แตะหลบคู่ต่อสู้ โอกาสหน้าค่อยว่ากันใหม่

ตัวสำรอง

เจอราร์ด - ลงมาแล้วต้องกลายเป็นตัวหลักในเกมรุก ออกบอลทำเกมทั้งสั้นยาว ทำชิ่ง จ่ายทะลุ ขวางสนาม ออกมุมธง ชิพข้ามแนวรับ ดึงจังหวะรอเพื่อนเติม ออกไปครอสบอลริมเส้น วิ่งทำทาง หาช่องยิงเอง เก็บบอลจังหวะสองที่กองหลังสกัด เปิดฟรีคิก ทำได้ดีเป็นส่วนใหญ่และอย่างเดียวที่เจอราร์ดไม่ได้ทำคือลงเป็นเซฟแทนแบรด โจนส์

ซัวเรส - เล่นฝืนทำบอลเสียไปหลายครั้ง ยิงหากรอบประตูไม่ค่อยเจอ แต่หาตำแหน่งรับบอลได้ค่อนข้างดี ขึ้นโหม่งลูกตีไข่แตกได้ดีด้วย

สเตอริ่ง - ดีหมดยกเว้นจังหวะสุดท้ายไม่ว่าจะยิงหรือจ่าย บางครั้งก็จ่ายให้เพื่อนที่โดนคู่ต่อสู้ล้อมอยู่ 4 คนมันซะอย่างนั้น

แมน ออฟ เดอะ แมทช์ : ...แบรด โจนส์.... นัดนี้ถึงแพ้ก็ต้องยกให้ละครับ ไม่ได้คนนี้ลิเวอร์พูลอาจโดนพอๆ กับเรดดิ้งที่เจออาร์เซนอลเมื่อวานได้
 ------------------------------------------------------------

Everyone has their own opinion, feel free to leave your comments.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น