วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2558

ลิเวอร์พูล 3-2 แอสตัน วิลล่า (พรีเมียร์ลีค)




…#SaveRodgers...
___________________________

ลิเวอร์พูลเล่น 3-5-2

---------------สเตอริดจ์-----------อิ้งค์-----------------
------------คูตินโย่-----------------มิลเนอร์------------
โมเรโน่-------------------ลูคัส-------------------ไคลน์
--------ซาโก้----------สเคอเทล---------ชาน---------
-------------------------มินโยเล่------------------------

_______ หลังจากโชว์เมพในบอลถ้วยไปเมื่อกลางสัปดาห์ ลิเวอร์พูลเปิดบ้านอีกรอบรับมือวิลล่าในเกมลีค เบนเทเก้กับลอฟเรนยังเจ็บอยู่ 11 ตัวจริงเลยออกมาเป็นแบบข้างบน
-------------------------------------------------------

_______ 1 นาที 7 วิ ยิงเปรี้ยงแรกเข้าเลย ลิเวอร์พูลขึ้นเกมมาทางซ้าย คูตินโย่จ่ายยัดใส่ตัวมิลเนอร์รับบอลหน้าเขตโทษ เจ้าตัวแตะบอลแรกแล้วพลิกยิงเสียบเสาสอง 1-0

________ ลิเวอร์พูลออกนำเร็วและยังคงเดินหน้าเล่นเกมบุกต่อได้ดี เน้นเกมริมเส้นโดยเฉพาะเกมฝั่งซ้ายที่มีทั้งโมเรโน่และคูตินโย่ แผงกลางดันขึ้นสูง ส่วนทางวิลล่าช่วงต้นเกมยังพยายามเล่นเกมบุกโดยเน้นขึ้นบอลทางริมเส้นฝั่งชาน ได้เปิดบอลอยู่เหมือนกัน

_______ ผ่านไปราว 15 นาที ยิ่งเล่นวิลล่าก็ยิ่งถอยไปรับ เกมรุกไม่เอาแล้วเล่นอย่างกับนับอยู่ 3-4 ลูก ยืนหลัง 5 กลาง 5 หน้าไม่มี ทำให้ลิเวอร์พูลครองบอลได้มากกว่าเยอะ เกมริมเส้นบุกขึ้นไปได้เปิดบ่อย และการดันแผงกลางขึ้นไปสูงทำให้เก็บบอลจังหวะสองได้เยอะมากด้วย

_______ อย่างเดียวที่ยังสร้างปัญหาให้กับลิเวอร์พูลคือพวกเขาเอง หลายครั้งที่เก็บบอลสองได้แล้วแต่หนุนบอลขึ้นหน้าพลาด และบางครั้งบอลแนวรับก็สกัดบอลสาดมั่วถั่วขึ้นหน้าของวิลล่าได้ไม่ดีเอง

_______ เกมรุกของลิเวอร์พูลได้ลุ้นเยอะแต่ยิงเพิ่มไม่ได้ เกมรับพลาดแล้วแต่ยังไม่โดนลงโทษทั้งๆ ที่น่าโดนอย่างน้อยสองครั้งจากจังหวะการโหม่งของเกสเตด ทำให้จบครึ่งแรกสกอร์ยังอยู่ที่ 1-0

_______ เข้าครึ่งหลัง ได้แต่รำพึงว่าไม่ต้องพักครึ่งก็ได้มั้งเพราะทั้งสองฝ่ายไม่เปลี่ยนตัวและไม่เปลี่ยนวิธีการเล่น วิลล่ายังคงแช่แป้งในแดนตัวเองและลิเวอร์พูลยังเอิงเอยทิงนองนอยอยู่รอบๆ เขตโทษวิลล่าแต่เจาะไม่เข้า เปิดติด ยิงหลุดกรอบ

_______ แต่ในที่สุดแนวรับวิลล่าก็มาพลาดจนได้ พลาดง่ายๆ อีกต่างหาก นาที 59 สเตอริดจ์ได้บอลแล้วทำชิ่งกับมิลเนอร์จนหลุดเข้าไปยิงในเขตโทษแบบไม่มีตัวเข้ามาเร่ง 2-0

_______ หลังจากตาม 2-0วิลล่าเปลี่ยนตัวทันทีและเริ่มขยับเกมรุกบ้างแล้วแต่กลายเป็นว่าลิเวอร์พูลมีช่องให้เล่นมากขึ้น เกมรุกบุกกดันได้มากกว่าช่วงก่อนหน้า แต่ยังยิงติดเปิดติดอยู่

_______ โลกของร็อด..เอ้ย~ ของลิเวอร์พูลเป็นสีชมพูอยู่ได้แค่ราว 5 นาทีก็ต้องตื่นมาพบความจริง นาที 66 วิลล่าขึ้นเกมรุกมาทางริมเส้นฝั่งซาโก้ ฮัตตันวิ่งสอดขึ้นไปมุมธงมีลูคัส(น่าจะใช่ ดูไม่ทัน)วิ่งตามไปแต่ปิดทางเปิดไม่ทัน บอลมาไม่โด่งและไม่แรงเท่าไหร่ ซาโก้ที่อยู่เสาแรกน่าจะพุุ่งเข้าไปสกัดได้แต่ไม่ทำ ปล่อยบอลเลยมากลางประตูให้เกสเตดได้ชาร์จลูกที่น่าจะง่ายที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขาเข้าไปได้ 2-1

_______ ยังจดรายละเอียดการทำประตูไม่ทันเสร็จ เงยหน้าขึ้นมา สเตอริดจ์ยิงให้ทีมหนีห่างได้ทันที ทันทีจากการเข้าทำแบบเดิมๆ และความผิดพลาดของแนวรับแบบเดิมๆ สเตอริดจ์ได้บอลแล้วทำชิ่งกับคูตินโย่ ตัวเองวิ่งทำทางเข้าไปได้ยิงในเขตโทษ 3-1

_______ ถึงตรงนี้เกมเปิดแลกใส่กันแล้ว วิลล่ากล้าเติมเกมรุกอย่างต่อเนื่องและลิเวอร์พูลก็พยายามจะโต้ไปตามพื้นที่ที่มีให้เล่น ลิเวอร์พูลได้โอกาสเยอะแต่ก็ทำเพิ่มไม่ได้สักที

_______ วิลล่าใช้ไม่นานในการทำประตู แค่นาที 71 จากการเปิดบอลจากทางฝั่งชานตั้งแต่ยังไม่ถึงเส้นหลัง เกสเตดขึ้นได้สูงกว่าซาโก้โถมโหม่งเข้าไปได้อีกให้สกอร์ขยับเข้ามาใกล้ 3-2

_______ เวลาที่เหลืออยู่ เกมโดยรวมยังเป็นลิเวอร์พูลที่ดีกว่าชัดเจนนั่นแหล่ะ แต่คุมเกมไม่ได้ แม้จะบุกเยอะ แต่การยิงไกลไม่ค่อยเข้ากรอบโดยเฉพาะจากเจ้าประจำคือคูตินโย่ ในขณะที่บอลเปิดจากริมเส้นไปโดนดักได้ตลอด ส่วนบอลตามช่องก็ออกแนวบอลหลุดคนไม่หลุดสลับกับคนหลุดบอลไม่หลุด

_______ ส่วนทางวิลล่าเติมกันขึ้นมาเล่นเกมรุกเยอะขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าโหมบุก และในเกมรับก็ยังรับมือแนวรุกได้ดีโดยเฉพาะจังหวะปิดเกมริมเส้นไม่ให้เปิดบอลที่มีคุณภาพเข้าไปได้ ทำให้จบเกมวิลล่าทำสำเร็จ...เอ๊~ เดี๋ยวๆๆ ไม่ใช่สิ ...จบเกมวิลล่าเลยไล่ตีเสมอไม่ทัน ลิเวอร์พูลเฉือนเอาชนะไปได้ 3-2

_______ ป.ล.อัลเลนได้ลงแทนสเตอริดจ์ในนาที 92 ไม่ต้องงงครับว่าลงไปทำไมตอนนั้น มีเฉลยช่วงท้าย :P
-----------------------------------------

_______ หลังผิงฝาสุดๆ แบบไม่มีทางถอยแล้วสำหรับร็อดเจอร์ก็เลยต้องจัดทีมที่มั่นใจที่สุดและเน้นเกมรุกที่สุดเท่าที่จะทำได้

_______ น่าสนใจสำหรับประตูที่เกิดขึ้นวันนี้ (ทั้ง 5 ลูกรวมทั้งสองฝั่ง) จนต้องยกขึ้นมาพูดถึงก่อน คือทุกประตูมีจุดร่วมเหมือนกันคือสมาธิของผู้เล่นแนวรับที่ไม่ได้เรื่องเลย

_______ประตูแรกทั้งเซ็นเตอร์และกลางรับวิลล่าปล่อยให้มิลเนอร์โล่งขนาดนั้นได้ยังไงในพื้นที่หน้าเขตโทษตัวเอง ประตูที่สองและสามของทางฝั่งลิเวอร์พูลเป็นจังหวะเข้าทำเหมือนกันเป๊ะคือ 1-2 ของสเตอริดจ์ ไอ้เรื่องบอลชิ่งเนี่ยไม่แปลกครับ แต่แปลกที่ทั้งสองครั้งไม่มีคนวิ่งตามสเตอริดจ์ไป สำหรับเกมรับแล้วเป็นความผิดพลาดที่น่าตบกะโหลกมาก บอลให้แล้วไปแบบนี้ไม่ว่าบอลจะย้อนมาที่คนวิ่งทำทางหรือไม่ยังไงต้องมีคนวิ่งตามครับปล่อยไปโล่งงั้นได้ไง นี่ยังไม่นับอีกสองสามครั้งที่มิลเนอร์เอย คูตินโย่เอย อิ้งค์เอย วิ่งหลุดเข้าไปในลักษณะคล้ายๆ กันด้วยแต่เข้าไม่ถึงบอลด้วยนะ หลังวิลล่าไม่ได้เล่นดีเลยวันนี้

_______ ส่วนสองประตูของทางฝั่งวิลล่าก็สะท้อนให้เห็นว่าแนวรับเราไม่มีสมาธิและดูจะสื่อสารกันไม่ดีด้วย ลูกแรกซาโก้ไม่ควรปล่อยอย่างยิ่งแต่ในขณะเดียวกันมินโยเล่ควรพร้อมจะเล่นกว่านั้นหน่อยมั้ย แล้วทำไมสเคอเทลหรือชานไม่วิ่งตามเกสเตดไปสักคน ลูกที่สองซาโก้ก็ดูเหมือนจะรู้ตัวช้ามากว่ามีเกสเตดวิ่งโถมมาจากด้านหลัง

_______ ทั้ง 5 ประตูนี้ความผิดพลาดของแนวรับมีส่วนกับประตูมากพอๆ กับความเด็ดขาดของคนยิงเลยครับ

_______ เกมนี้ลิเวอร์พูลเน้นเกมรุกมากจริงๆ จังหวะบอลอยู่กับเท้าเนี่ยไม่เท่าไหร่ ยังไงก็ต้องวิ่งเติมขึ้นไปนั่นแหล่ะ แต่ที่เห็นว่าเปลี่ยนคือแผงกลาง นัดนี้จะเห็นลูคัสยืนสูงขึ้นไปถึงราวๆ กลางแดนวิลล่าอยู่ตลอด จุดประสงค์คือการเก็บบอลจังหวะสองในเกมรุกให้ได้ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้หลายครั้งด้วย ทำให้บอลอยู่กับทีมเยอะ ซึ่งการเลือกเล่นแทคติคแบบนี้ผมว่าร็อดเจอร์เลือกได้ดีและลูกทีมก็ตอบสนองได้ดีด้วย บอลไปมุมธงได้เร็วและบ่อยจริงๆ

_______ เกมรุกยังคงตันๆ เหมือนเดิมแม้จะพยายามสร้างโอกาสให้เยอะแล้วในขณะที่เกมรับมีปัญหาหนักกว่าเพราะดันกลางขึ้นไปสูง จังหวะเก็บบอลสองไม่ได้หรือหนุนบอลพลาดขึ้นมาทีคู่ต่อสู้เก็บได้นี่โล่งยันเขตโทษตัวเองเลย รวมไปถึงเกมรับริมเส้นที่วันนี้แย่มาก วิงสองข้างลอยแล้วไม่ค่อยระวังตัวเติม ในขณะที่เซ็นเตอร์ด้านข้างก็ออกมาช่วยได้น้อยไปหน่อย

_______ การเปลี่ยนตัวแบบปริศนาเซ็นนี่ก็อีก นัดนี้เปลี่ยนตัวโดยการไม่เปลี่ยนตัวมันซะงั้น สเตอริดจ์ยิงได้ดีก็จริงแต่สภาพความฟิตและความคล่องหดหายไปเยอะมากน่าจะโดนเปลี่ยนออกเร็วกว่านั้น ไม่ต้องนับในรายอิ้งค์ที่วันนี้เล่นไม่ออก แต่ทั้งคู่ได้เล่นครบ 90 นาที ส่วนการเปลี่ยนอัลเลนลงมาตอนนั้นถ้าดูจากรูปเกมก็ต้องถามว่าทำไปเพื่อ!? อย่าว่าแต่ความ “ไม่” พยายามปิดเกมริมเส้นคู่ต่อสู้ซึ่งดูจะเป็นอันตรายอย่างเดียวจากทางฝั่งวิลล่า ร็อดเจอร์มีทางเลือกเพียบเลยครับ(เพราะนำอยู่ตลอด) จะสั่งแบ็คให้ยืนต่ำหน่อยมั้ย, เซ็นเตอร์ตัวริมยืนถ่างออกมาหน่อยมั้ย, ปรับหลัง 4 ให้ริมเส้นมีตัวผู้เล่นสองคนตลอดมั้ย

_______ ไม่อ่ะ ไม่ทำสักอย่าง ปล่อยให้เค้าขึ้นริมเส้น เปิดบอลเข้ามาจนเป็นประตูได้ฝั่งละครั้ง

_______ อย่างไรก็ตาม นัดนี้ที่เกมและสกอร์มันออกมาเป็นแบบนี้ต้องให้เครดิตพี่คนนี้ครับ...

_______ ทิม เชอร์วู๊ด!

_______ ไม่รู้อะไรดลใจให้พี่แกเลือกเล่นเกมรับอยู่ร่วมหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นหนึ่งชั่วโมงที่ทีมพี่แกเป็นฝ่ายตามหลังด้วยนะ คือถ้าใครได้ดูก็จะเห็นได้ว่าช่วงต้นเกมเนี่ยวิลล่ายังบุกอยู่ เกมรุกไม่ได้ต่อเนื่องอะไรนัก และได้เปิดบอลก็ไม่มาก แต่ก็ยังมีจังหวะได้ลุ้นประตูในระดับที่ “หวังได้” อยู่เหมือนกัน แล้ววิธีการบุกของพวกคือการโยนบอลจากเส้นข้างโดยที่มีเกสเตดรอชาร์จเนี่ยโคตรจะของแสลงแนวรับลิเวอร์พูลเลยด้วยครับ ถึงอย่างนั้นพี่แกเล่นไปเล่นมากลับถอยไปรับ ส่วนอีกช่วงที่กลับมาบุกอีกครั้งคือโดน 2-0 ไปนั่นแหล่ะ ซึ่งภาพที่ออกมาก็คล้ายช่วงต้นเกม คือไม่ต่อเนื่องแต่ได้ลุ้นแล้วคราวนี้ได้ประตูอีกต่างหาก

_______ ถ้าเลือกบุกแต่แรก ไม่ต้องโหมหรอกเอาแค่ระดับที่เล่นในช่วงต้นเกมนั่นแหล่ะ รับรองว่าพี่ร็อดฯ เอ้ย~ ลิเวอร์พูลมีกระอักครับ

_______ นี่ยังไม่นับเรื่องสั่งให้ลูกทีมถอยหลังรับด้วยนะ ช่วงกลางๆ ครึ่งหลังช่วงประมาณที่ยิงกันรัวๆ นั่นล่ะ วิลล่าวิ่งไล่บอลเต็มสนามลิเวอร์พูลก็มีปัญหาเหมือนกันแต่พวกเขาก็ดันไม่เล่นแบบนั้นให้มันตลอด โดยรวมแล้วต้องบอกว่าวิลล่าเล่นอย่างกับไม่รู้ว่าลิเวอร์พูลมีปัญหาตรงไหนซะอย่างนั้นอ่ะครับ

_______ ...สรุปพี่เชอร์วู๊ดแกจะ #SaveRodgers ใช่มั้ย -”-
-------------------------------

นัดนี้เล่นกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่

มินโยเล่ - โชว์มือไม้อ่อนไปหนในครึ่งแรกแต่ไม่โดนลงโทษ ไม่ค่อยกดดันไม่ค่อยมีอะไรให้ทำเท่าไหร่ ทั้งสองลูกที่เสียไปคงยากที่จะเซฟแต่ควรจะมีปฏิกิริยาที่พร้อมจะเล่นมากกว่านั้น นี่ทั้งสองครั้งมินโยเล่ยืนแบบหมดสภาพนักศึกษาเลย~

โมเรโน่ - เล่นเกมรุกเป็นอย่างเดียวเลย นัดนี้ไม่ใช่เล่นเกมรับพลาดแต่คุณน้องแทบไม่เล่นเลยครัชช ยังดีที่ครึ่งแรกมีจังหวะวิ่งตามคนเลี้ยงจี้มาสไลด์ทิ้งได้หลายครั้งแต่ต้องหักลบกับการอ่านเกมไม่ดี บางครั้งวิ่งตามไปไล่บอลมั่วซั่วมากไปหน่อย สำหรับเกมรุกทำได้ดีมากกับการวิ่งทำทาง เปิดบอลกดดันคู่ต่อสู้ได้บ้างแต่ไม่คมเท่าไหร่ เชื่อมเกมได้ดี

ซาโก้  - ยับ บอลเรียดไม่พลาด สกัดบอลก็ขาดดี แต่ถ้าต้องดวลกลางอากาศกับเกสเตดนี่สู้ไม่ได้จริงๆ

สเคอเทล - ช่วยเคลียร์บอลจากกรอบได้น้อยไปหน่อย คือบอลโยนมานี่พี่แกหาไม่ค่อยเจอ แต่ยังประกบคู่ต่อสู้ได้พอใช้

ชาน - ชานมีจังหวะงามไส้หนเดียวในครึ่งแรกที่สกัดบอลตั้งให้เกสเตดยิงเฉ๊ย~ แต่นอกนั้นชานเล่นได้ดี เกมรับที่ไม่โดนกดดันมากนักไม่มีอะไรผิดพลาด(อีก) ผ่านบอลขึ้นหน้าได้ดี เพื่อนไม่ว่างก็พาบอลขึ้นเองได้+วิ่งไปรองบอลตันๆ คืนมาได้เร็ว

ไคลน์ - เติมเกมบ่อยแต่ได้เล่นกับบอลน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนนึงเป็นเพราะมิลเนอร์ออกบอลเกมรุกไม่ดีเท่าคูตินโย่, คู่กองหน้าไม่ค่อยฉีกมารับบอลฝั่งนี้ แต่เกมรับทำได้ดีกว่าโมเรโน่เยอะ อ่านเกมได้ดีกว่ารู้ว่าตอนไหนควรลงให้เร็ว ปิดการเปิดบอลพอใช้ได้

ลูคัส - ยืนสูงคอยดักเก็บบอลสองและหยุดการเปลี่ยนรับของคู่ต่อสู้ได้ดี โดยเฉพาะครึ่งแรกที่ทำได้ดีมากๆ แต่มีปัญหากับการจ่ายบอลย้อนไปข้างหน้าที่พลาดมากกว่าที่ควร บางทีรีบร้อยเกินไปหน่อยจนเสียบอลเร็ว ส่วนจังหวะที่คู่ต่อสู้พลิกหนีได้ก็ลาก่อย~

มิลเนอร์ - การออกบอลเกมรุกยังน่าผิดหวังอยู่ แต่เชื่อมเกมกลางสนามได้ดี ดีมาก ขยันหาที่ว่างและขยับเข้าไปรับบอลอยู่ตลอด เกมรับก็ช่วยวิ่งไล่ตั้งแต่จังหวะทีมเสียบอลได้ดี จังหวะยิงประตูแรกเร็วทำได้งามหยดทั้งการจับการยิง

คูตินโย่ - เน้นไปเชื่อมเกมมากขึ้น ออกบอลเกมรุกได้ดีที่สุดในทีมแล้ว คือให้แล้วเพื่อนเอาไปทำเกมรุกต่อได้เลย แต่กับบอลคิลเลอร์พาสนี่ยังไม่มีมาให้เห็น เช่นเดียวกับการยิงไกลที่ยิ่งยิงน้ำตาคนดูก็ยิ่งไหล

อิ้งค์ - ประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีขึ้นแต่ยังไม่ดีพอถึงขั้นน่าพอใจ จังหวะเล่นในเขตโทษยังขาดๆ เกินๆ มีส่วนร่วมกับเกมน้อย ที่ยังดูดีคือความขยันไม่ได้ลดลง ขยับหาช่องเล่นตลอด วิ่งตามไปเร่งไปแซะคู่ต่อสู้ได้บ่อยด้วย

สเตอริดจ์ - เอาจริงๆ จังหวะการเล่นยังไม่ดีเท่าไหร่ ความคล่องยังเทียบไม่ได้กับช่วงพีคๆ การเลี้ยงบอลจี้ก็ไม่น่ากลัว การกระชากบอลยิ่งแล้วใหญ่ช้าไปเยอะเลย ท้ายเกมก็ดูไม่ค่อยจะมีแรงว่ิ่ง แต่ที่ยังไม่หายไปไหนคือความคมในการจบสกอร์ เท่าที่จำได้คือได้ยิงในกรอบเขตโทษ 4 ครั้งเข้ากรอบหมด ได้สองประตู ติดบล็อค 1 ติดเซฟปลายมือ 1 ถือเป็นการยิงที่มีประสิทธิภาพเอามากๆ

ตัวสำรอง

อัลเลน - ได้ลงเล่นเป็นนัดที่ 200 ในเกมลีคในชีวิตค้าแข้ง...คงเป็นสาระเดียวที่ร็อดเจอร์ส่งเค้าลงสนาม

แมน ออฟ เดอะ แมทช์ : ...ทิม เชอร์วู๊ด…สองประตูของสเตอริดจ์มีผลกับแต้มและรูปเกมมาก, ยิง 1 จ่าย 1 ตะบึงทั่วสนามของมิลเนอร์ก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน แต่จับสองคนนี้มัดรวมกันอิมแพคยังไม่เท่ากลยุทธโดนตีหัวแต่วิ่งเข้าบ้าน+เห็นแผลแต่ยืนดูของเชอร์วู๊ด
------------------------------------------------------------

ป.ล. เรื่องเชอร์วู๊ดนี่แซวเล่นเฉยๆ นะครับ มืออาชีพระดับนี้เค้าไม่มาเล่นเป็นเด็กๆ แบบแกล้งแพ้หรือทำงานไม่เต็มที่หรอก
Everyone has their own opinion, feel free to leave your comments

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น