วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1 - 2 ลิเวอร์พูล (แคปปิตอล วัน คัพ)


...งานดี อายุน้อย อนาคตสดใส...
--------------------------------------------------------

ลิเวอร์พูลเล่น 4-2-3-1

---------------------เยซิล-----------------------

-----อัสไซดี้-------ปาเชโก้--------ดาวนิ่ง------

-------------ซาฮิน------เฮนเดอร์สัน------------

โรบินสัน---คาราเกอร์---โคอาเตส-----วิสดอม

----------------------โจนส์-----------------------

               เกมแคปปิตอล วัน คัพ (ยิ่งเปลี่ยนชื่อ ยิ่งฟังดูกระจอกหนักเข้าไปทุกทีๆ) ลิเวอร์พูลออกไปเยือน WBA ทีมที่พึ่งเอาชนะพวกเขามาในนัดเปิดฤดูกาล ร็อดเจอร์สสลับเอานักเตะดาวรุ่งผสมกับตัวสำรอง โดยในแดนหน้ามีเยซิลซึ่งได้ลงเป็นนัดแรก รวมไปถึงตัวสำรองก็มีเด็กอายุ 16 อย่างซินแคลรอโอกาสอยู่ด้วย ส่วนทางด้าน WBA จัดตัวมาเต็มสูบ ดูเหมือนจะเป็นถ้วยที่พวกเขาเน้นอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
-------------------------------------------------------

               เริ่มเกมมาลิเวอร์พูลพยายามจับจังหวะเกม เล่นช้า เน้นครองบอลแต่ WBA ไม่ครองด้วยวิ่งไล่ใส่อัดทันที และแค่นาทีที่ 3 แบบที่นักเตะที่อยู่ในสนามยังโดนบอลกันไม่ครบทุกคน WBA ก็ได้ประตูนำก่อนจากความผิดพลาดของโจนส์ที่ออกมาคว้าบอลแต่หลุดมือโดนยิงสวนเข้าไปง่ายๆ 1-0

              ลิเวอร์พูลดูจะยังตั้งหลักไม่ค่อยได้ จ่ายบอลกันพลาดบ่อย เกมยังไม่ค่อยไปข้างหน้า ส่วนทาง WBA เน้นวางยาวให้ลูกากูอาศัยความเร็วความใหญ่บดใส่แนวรับซึ่งดูจะได้ผลดีทีเดียว ลิเวอร์พูลอาศัยการขึ้นบอลทางขวาโดยดาวนิ่งและวิสดอมค่อยๆ ตั้งเกมของตัวเองขึ้นมาได้ทีละน้อย โดยรวมเกมก็ยังไม่ถึงกับดูดีกว่า แต่มามีจุดเปลี่ยนในนาที 17 ซาฮินรับบอลคืนจากวิสดอมแล้วตั้งป้อมยิงไกลทันที บอลไม่แรงนักแต่ได้ทิศทาง ฟอสเตอร์ทิ้งตัวช้าไปนิดหน่อย ทำให้บอลเสียบเสาแรกเข้าประตูไป ลิเวอร์พูลตีเสมอได้เร็ว 1-1

               หลังจากได้ประตูตีเสมอ เกมของลิเวอร์พูลดูดีขึ้นทันที มีความมั่นใจมากขึ้น การรับส่งต่อบอลมีความเแม่นยำมากขึ้น ทำให้ WBA ที่ไล่ไม่ค่อยถึงบอลเริ่มถอยลงไปตั้งรับในแดนตัวเองลึกขึ้น เกมโดยรวมลิเวอร์พูลดูดีกว่าที่เปอร์เซ็นต์การครองบอลและบอลส่วนใหญ่อยู่ในแดน WBA แต่ทาง WBA ก็มีจังหวะโต้ที่เน้นไปที่ความหนักลูกากูและความเร็วฟอจูนเน่คอยก่อกวนเป็นระยะอย่างได้ผล ทำให้ไม่ถึงกับเสียเปรียบมากนักและพอจะได้ลุ้นประตูอยู่เหมือนกัน ก่อนจะจบครึ่งแรกไปที่สกอร์ 1-1

               เข้าครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลลงมาเล่นเร็วขึ้นมากกว่าในครึ่งแรก กองหลังเริ่มสกัดจังหวะเดียวมากขึ้น เก็บบอลน้อยลง ส่วนทาง WBA หันมาเปิดเกมรุกมากขึ้นเช่นกัน ทำให้เกมเปิดและเล่นกันเร็ว เกมโดยรวมยังดูสูสีแต่เล่นไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เทมาทางลิเวอร์พูลมากขึ้นโดยเฉพาะปาเชโก้ที่เริ่มขยับรับบอลและมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้นกว่าครึ่งแรก รวมถึงซาฮินที่ขยับสูงขึ้น ทำให้เกมรุกของลิเวอร์พูลลื่นไหลและได้ลุ้นจากบอลที่เปิดเข้าเขตโทษและยิงไกลอยู่เป็นระยะ แต่ยังทำประตูกันไม่ได้

               เมื่อลิเวอร์พูลทำเกมได้มากขึ้น ลูกากูเริ่มถูกตัดออกจากเกมและได้บอลน้อยลง คล๊ากตัดสินใจเปลี่ยนเชน ลองลงมาแทนในนาที 70 WBA ทำเกมบุกเต็มที่และฝ่าแดนกลางมาถึงหน้าเขตโทษลิเวอร์พูลได้บ่อยครั้งแต่เก็บบอลจังหวะสองไม่ค่อยได้ทำให้เกมรุกไม่ต่อเนื่องมากนัก ส่วนเกมรุกของลิเวอร์พูลแม้จะบุกไปได้ถึงหน้าเขตโทษแต่หาจังหวะเข้าทำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ นาที 81 ร็อดเจอร์สเลยเปลี่ยนเอาซูโซ่กับซินแคลลงมาแทนปาเชโก้กับเยซิล และเพียงนาทีถัดมากับการสัมผัสบอลแรกของซูโซ่ เจ้าตัวพาบอลลากจึ้เข้าไปถึงหน้าเขตโทษก่อนจะผ่านออกไปให้อัสไซดี้ทางริมเส้นจ่ายเร็วเข้ากลางกลับมาให้ซาฮินชาร์จง่ายๆ เข้าไปให้ลิเวอร์พูลแซงนำ 2-1

               WBA ไม่เสียสมาธิพยายามเร่งเกมบุกกดดันใส่ทันทีและทำได้ดีด้วย แดนกลางของลิเวอร์พูลหยุดไม่อยู่ ต้องถอยลงมาช่วยกันรับ บอลมาถึงหน้าเขตโทษแทบทุกจังหวะ แต่พื้นที่สุดท้ายแนวรับยังต้านทานไว้ได้ดี ก่อนที่ WBA จะหันมาเน้นบอมบ์เข้ามาในเขตโทษแต่คู่เซนเตอร์ก็เก็บกินได้หมด จนในที่สุดลิเวอร์พูลก็ปิดเกมไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก 2-1
-----------------------------------------

               เป็นอีกครั้งที่ทีมเด็กผสมตัวสำรองทำผลงานได้ตามเป้าด้วยฟอร์มที่ไม่ขี้เหร่เลย ไม่รู้ว่าร็อดเจอร์สมั่นใจในทีมนี้มาก หรือไม่ต้องการเน้นฟุตบอลถ้วย แต่ที่แน่ๆ คือลูกทีมไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ไม่ว่าจะตัวใหม่ที่พึ่งได้มา, เด็กจากอคาเดมี่ หรือตัวสำรองไม่ค่อยได้เป็นตัวจริงล้วนทำผลงานได้ตามที่ต้องการ ดูจากฟอร์มการเล่นใน 2-3 นัดของทีมชุดนี้ พวกนักเตะในทีมชุดใหญ่(ที่เล่นในลีค) อาจจะต้องมีหนาวๆ ร้อนๆ กันหลายคนเลยทีเดียว

               ว่ากันเรื่องแทคติค ถึงตรงนี้ร็อดเจอร์สแสดงให้เห็นว่าเขายึดมั่นในรูปแบบการเล่นแบบนี้มากทีเดียว ไม่ว่าจะชุดเล็กชุดใหญ่บอลถ้วยบอลลีคเจอกับทีมระดับไหน ร็อดเจอร์สไม่เคยเปลี่ยนแปลงแทคติคในภาพรวมเลย จะมีเปลี่ยนบ้างแค่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ อย่างการเติมเกมของแบ็ค และกองกลางที่จะยืนต่ำแค่คนเดียวหรือสองคน ในแง่ดีคือรู้สึกว่านักเตะในทีมจะปรับตัวทำความเข้าใจกับแทคติคที่ร็อดเจอร์สต้องการให้เล่นได้เร็วและดูดีขึ้นกว่าช่วงพรีซีซั่นรวมไปถึง 1-2 นัดแรกของฤดูกาลมากแล้ว

               นัดนี้ครึ่งแรกลิเวอร์พูลดูจะเริ่มเกมอย่างระวังตัวและหาจังหวะของตัวเองอยู่พักใหญ่ แบ็คสลับกันขึ้นและขึ้นไม่มากนัก ซาฮินกับเฮนเดอร์สันยืนต่ำทั้งคู่ นานๆ จะสลับกันดันขึ้นไปที แต่พอเข้าครึ่งหลังที่เริ่มคุมเกมได้ แบ็คสองข้างก็เติมมากขึ้น ซาฮินดันขึ้นไปยืนสูงขึ้น อันที่จริงถึงจะไม่เปลี่ยนตัวซูโซ่ลงมา รูปแบบการเล่นตอนนั้นก็ไม่แน่ว่าจะทำประตูได้กันอยู่ดี ด้วยการอุปการะจากคล็ากที่ถอดทั้งลูกากูและฟอจูนเน นักเตะ 2 คนที่ทำเอาแนวรับลิเวอร์พูลแทบจะเละเป็นชิ้นๆ คาสนามในช่วงก่อนหน้านั้น

               อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลดูจะมีปัญหาใหญ่ที่รอการแก้ไข ซึ่งไม่น่าจะแก้ได้อย่างน้อยถึงมกรา(หรือลูคัสกลับมา) นั่นคือเกมรับในแดนกลาง ไม่ใช่เฉพาะนัดนี้ แต่มีอยู่หลายนัดที่แดนกลางหยุดเกมรุกของคู่ต่อสู้ไม่ได้ ถ้าคู่ต่อสู้ต่อบอลเข้ามายังไม่ค่อยมีปัญหาเพราะสามารถใช้การเคลื่อนที่และการอ่านเกมตัดเอาบอลมาได้ แต่เวลาเจอคู่ต่อสู้เลี้ยงจี้ฝ่ามาด้วยกำลัง แดนกลางลิเวอร์พูลมีปัญหาทันทีเพราะขาดลูกหนักและความเด็ดขาดในการเข้าสกัด ยิ่งนัดไหนที่ไม่มีอัลเลน(ตัวอัลเลนเองก็ไม่ได้เล่นหนักอีกต่างหาก)อย่างนัดนี้ยิ่งเห็นชัด คู่ต่อสู้เลี้ยงเข้ามาเมื่อไหร่เป็นฝ่ามาได้ถึงหน้าเขตโทษ ถ้ามีใครสักคนที่เข้าบอลได้แบบมาสเชราโน่หรือลูคัส(ตอนฟอร์มดี) น่าจะช่วยลดความกดดันและลดความผิดพลาดของกองหลัง รวมไปถึงคุมเกมได้ดีมากกว่านี้ ซึ่งตอนนี้...ไม่มี

               ...ช่วงนี้ก็ดูเด็กๆ เล่นเกมรุกกันให้สนุกไปพลางๆ ก่อนครับ...
----------------------------------

นัดนี้เล่นกันใช้ได้ ค่อนไปทางดี

โจนส์ - พลาดแบบไ่ม่น่าให้อภัยกับประตูแรกที่เสียไป หลังจากนั้นก็คุมสมาธิกลับมาได้ดี เซฟลูกไม่ค่อยอันตรายนักได้หมด ออกมาตัดบอลนอกกรอบหวุดหวิดว่าจะช้าไปอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่พลาด เตะเปิดเกมได้แย่สุดขีด เรียกว่าถ้าเตะยาวให้บอลโด่งคือพลาดหมด 100% แต่บอลเรียดกับขว้างยังใช้ได้

โรบินสัน - เติมเกมรุกได้สนุกสนานดี มีความเร็วและไม่ฝืนจนทำบอลเสีย ผ่านบอลใช้ได้ ส่วนเกมรับยังไม่ดีนัก มีปัญหากับการกระชากบอลของปีกให้เห็นตลอดและลงมารับได้ค่อนข้างช้า

โคอาเตส -ช่วยทีมไว้ได้เยอะทั้งบนพื้นและลูกกลางอากาศ เข้าบอลได้หวาดเสียวมากเพราะทิ้งสุดตัวสองขาเกือบทุกครั้ง เรียกว่าถ้าพลาดจากบอลไปโดนข้อเท้าก็รับใบแดงได้เลย อย่างไรก็ตาม นี่เป็นสไตล์ของโคอาเตสอยู่แล้วและวันนี้เข้าสกัดได้แม่นยำเด็ดขาดมาก

คาราเกอร์ - แต่ไหนแต่ไรมาคาราเกอร์ไม่เคยถูกชะตากับกองหน้าตัวใหญ่ที่มีความเร็วอยู่แล้ว มานัดนี้ก็โดนลูกากูฉีกกระชากลากถูซะดูไม่จืด เอาตัวเกือบไม่รอดอยู่หลายจังหวะ และที่ไม่รอดจริงๆ ก็มีให้เห็นเป็นระยะ แต่พอจังหวะเกมเป็นใจช่วง 20 นาทีท้าย เมื่อลูกากูถูกถอดออกและทีมต้องการแค่สกัดบอลทิ้งไม่ได้จะเก็บบอลไว้ คาราเกอร์เล่นได้อย่างแข็งแกร่งและไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็นอีก

วิสดอม - ตัวใหญ่แต่มีความเร็วขัดกับรูปร่าง เติมเกมได้ดีเช่นเดียวกับโรบินสันแต่ดูจะไม่ถนัดการพาบอลไปเองแบบนั้น ผ่านบอลได้ดีและเล่นเกมรับใช้ได้ ที่ดูจะต้องฝึกกันอีกหน่อยคือเวลาโดนกดดันมากๆ เข้ามีลนลานให้เห็นเหมือนกัน โดยรวมแล้ววิสดอมน่าจะทำให้เราไม่ได้เห็นฟลานาแกนไปอีกนาน

เฮนเดอร์สัน - เคลื่อนที่ไปรับบอลและผ่านบอลได้ดี ทั้งความแม่นยำและการเลือกจ่ายตัวที่ว่าง ปิดพื้นที่และเล่นเกมรับพอดูได้(ดีกว่าคนอื่นในแดนกลาง-แดนหน้า)

ซาฮิน - ผ่านบอลได้ดีมาก ไม่ต้องพลิกหันหน้าหาเป้าหมายอย่างเฮนเดอร์สันก็จ่ายได้ ไม่ครองบอลไว้กับตัวนาน หาจังหวะและเลือกจังหวะยิงได้ดี ไม่ต้องยิงเป็นสิบๆ ลูกเพื่อจะได้สักประตู แต่ยิงแล้วเข้าเลย เกมรับไม่ใช่ฝ่ายบู๊แน่ พอมีคนเข้าบอลให้แล้วซาฮินเก็บจังหวะสองดูจะทำได้ดี แต่ถ้าให้เข้าไปอัดเองทำไม่ได้

อัสไซดี้ - ไปกับบอลได้ดีมาก จังหวะ 1-1 ผ่านได้แทบทุกครั้ง มีความเร็วและการล่อหลอกที่ดี การผ่านบอลทำได้ไม่เลวเลย ถ้าจับจังหวะการเล่นของเพื่อนร่วมที่มได้ดีกว่านี้น่าจะมีแอสซิสให้ทีมได้หลายประตู

ดาวนิ่ง - สไตล์ตรงกันข้ามกับอัสไซดี้เลย ไปกับบอลด้วยการกระชากบอลไปดื้อๆ ผ่านแนวรับไม่ค่อยได้แต่หาจังหวะครอสเข้ากลางได้ดี บอลมาในตำแหน่งที่เป็นช่องโหว่ของแนวรับทุกครั้ง ปัญหาคือตรงนั้นมันก็ไม่มีแนวรุกอยู่ด้วย ทำให้ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม เกมรับของดาวนิ่งดีที่สุดในบรรดาปีกของทีมตอนนี้ ทั้งยังช่วยเชื่อมเกมได้ดีกว่าเพราะถ้าไปไม่ได้ดาวนิ่งจะเคาะให้เพื่อนทันที ไม่ฝืนตะบึงไปให้เสียบอล ช่วงต้นเกมที่ยังตั้งหลักกันไม่ได้ก็มีดาวนิ่งเป็นตัวประคองให้เกมมันไปข้างหน้าได้อยู่เหมือนกัน

ปาเชโก้ - ครึ่งแรกคาดว่าหลับอยู่ในห้องแต่งตัวไม่ได้ลงสนามมาด้วย แต่ครึ่งหลังเคลื่อนที่ได้ดี มีส่วนร่วมกับเกมตลอด พาบอลไปเองใช้ได้หรือจะจ่ายก็ไม่น่าเกลียด มีลูกขยันวิ่งไล่ที่ทำได้ดีหลายครั้ง และหาจังหวะยิงได้บ้าง ถ้าเล่นได้แบบครึ่งหลังก็น่าจะยังพอมีอนาคตกับทีมอยู่

เยซิล - ไม่ได้วิ่งรอจะยิงอย่างเดียวแต่หาพื้นที่ว่างได้ดี เพื่อนจ่ายบอลมาให้ค่อนข้างง่าย หาจังหวะยิงพอใช้ได้ ที่ดูต้องปรับปรุงคือการจับบอลจังหวะแรกที่หนักไปทางแตะบอลไปให้เขาบัง เสียบอลจากการจับบอลจังหวะแรกไม่ดีบ่อยมากๆ

ตัวสำรอง

ซูโซ่  - เวลาน้อยและไม่ได้บอลเยอะนัก แต่จังหวะที่เปลี่ยนลงมาแล้วเป็นจุดเริ่มต้นของประตูชัยก็ดีพอที่จะได้รับคำชม พาบอลไปกับตัวได้ดีและมองได้กว้าง

ซินแคล - นอกจากอายุ 16 แล้วก็ไม่มีอะไรให้พูดถึงอีก

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ...นูริ ซาฮิน... อัสไซดี้เล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจ เฮนเดอร์สันกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดี แต่จะมีอะไรดีไปกว่าการยิง 2 ประตูให้ทีมแซงชนะ ด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจไม่แพ้สองคนนั้นอีกล่ะ?
------------------------------------------------------------

Everyone has their own opinion, feel free to leave your comments.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น